าและเมิ่งกุ้ยเฟยกำลังเสด็จมา หลังจากที่พวกนางทำความเคารพแล้ว หญิงสาวทั้งหลายก็คุกเข่าลงพร้อมกันทันที
“ฮองเฮา พวกหม่อมฉัน…บังอาจขอร้องแทนคนสวนทั้งสองคนนั่น ขอให้ฮองเฮาทรงเมตตาละเว้นชีวิตพวกเขาด้วยเพคะ” ต่งซีอวิ๋นเอ่ยทันที
“…” เมิ่งกุ้ยเฟยมองดูว่าที่ลูกสะใภ้ของตนเองแล้วก็รู้สึกไม่อึดอัดอยู่ในอก
อยากจะอาเจียน
“ทั้งสองคนนั้นถูกโบยตายไปแล้ว ตอนนี้ร่างก็คงจะเย็นไปหมดแล้ว พวกเจ้าลุกขึ้นเถอะ” ฮองเฮาเองก็ดูห่อเหี่ยวไร้พลัง
แต่พวกของต่งซีอวิ๋นที่ได้ยินเช่นนั้นต่างก็พากันตกใจทันที
“ฮองเฮา?! ก็แค่ความประมาทเลินเล่อเล็กน้อย เหตุใดจึงต้องถูกลงโทษโบยจนตายด้วยเพคะ แม่นางเซี่ย แม่นางเซี่ยทำเกินกว่าเหตุไปหน่อยหรือไม่” ต่งซีอวิ๋นไม่อยากจะเชื่อ นัยน์ตาของนางแดงก่ำ “คนสวนพวกนั้นก็มีชีวิตจิตใจ มีพ่อมีแม่…”
“บังอาจ!” เมิ่งกุ้ยเฟยตบโต๊ะทันที
ต่งซีอวิ๋นตัวสั่นด้วยความตกใจทันที
“พวกเจ้าจะรู้อะไร คนสวนพวกนั้นชั่วร้ายยิ่งนัก ถึงกับใช้กระดูกคนมาทำปุ๋ย โชคดีที่แม่นางเซี่ยมองออก! แค่ความผิดนี้ เขาตายสิบครั้งก็ยังไม่พอ!” เมิ่งกุ้ยเฟยไม่พอใจแล้ว “ต่อให้ไม่ได้มีเรื่องนี้ เจ้าก็ไม่ควรยุ่งเรื่องนี้ หากมีเวลาว่างนักล่ะก็ ไม่สู้เจ้ากลับไปปักผ้า ฝึกตนกล่อมเกลานิสัยใจคอให้มากหน่อยจะดีกว่า!”
น่าโมโหนัก คิดว่านางมองไม่ออกหรือว่าหญิงสาวผู้นี้ไม่ชอบเซี่ยเฉียว?
เพียงแต่นางคิดว่าเด็กสาวกำลังคึกคะนอง จึงไม่อยากจะถือสาหาความ!