งต้องแสดงตนเป็นฝ่ายเดียวกับเซี่ยเฉียวเพื่อปกป้องชื่อเสียงของนางให้ดี จะยอมให้ต่งซีอวิ๋นมารังแกเซี่ยซีได้อย่างไร
เผิงซวงซวงก็เอ่ย “แม่นางต่ง เจ้าใจกว้างนักก็อย่าให้เซี่ยซีไปขอร้องสิ ประเดี๋ยวพอรัชทายาทมา เจ้าก็พูดกับรัชทายาทเองเลยสิ”
“พูดกันตามตรงคนสวนพวกนี้ก็ไม่ใช่คนของจวนเรา หากทำผิดไปโดยไม่ได้ตั้งใจ ให้อภัยพวกเขาได้ก็ให้อภัยกันไป แต่พวกเขาเป็นบ่าวรับใช้ของผู้สูงศักดิ์ ข้าได้ยินมาว่าผู้สูงศักดิ์ในวังล้วนแล้วแต่ชอบดอกไม้ต้นไม้ ทุกวันต้องได้ชื่นชม หากปกติแล้วพวกเขาประมาทไม่ใส่ใจกันถึงขนาดนี้ ไม่ตรวจสอบให้ดีก่อนจนทำให้ผู้สูงศักดิ์ต้องเจ็บตัว แล้วจะเป็นอย่างไรเล่า ในความคิดของข้าก็ควรที่จะต้องลงโทษให้หนักอยู่แล้ว” หญิงสาวคนอื่นก็อดแสดงความคิดเห็นของตนออกมาไม่ได้
“เป็นความบกพร่องที่นานๆ ทีจะเกิดขึ้นเท่านั้น ในเมื่อไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเซี่ยซี แค่ตำหนิพวกเขาสักหน่อย ต่อไปพวกเขาจะจดจำไว้อย่างแน่นอน และพวกเขาก็จะรู้สึกขอบคุณที่รัชทายาทละเว้นชีวิตพวกเขาด้วย หากรัชทายาทกัดไม่ปล่อย แล้วเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป คนอื่นจะไม่พากันคิดว่ารัชทายาททรงเข้มงวดเกินไปหรือ” ต่งซีอวิ๋นก็มีเหตุผลเช่นกัน
ต่งซีอวิ๋นยังไม่ยอมปล่อยเซี่ยซี “คุณหนูรองเซี่ย เจ้าก็พูดอะไรบ้างสิ”
“หากทำผิดต้องถูกลงโทษ ลงโทษอย่างไรไม่เกี่ยวกับเจ้า” เซี่ยซีเอ่ยทีละคำ “อย่าถามข้า ข้าไม่ยุ่งเรื่องนี้ มือไม่ยาวพอ[2]”
ฟังมู่เสวี่ยหลุดหัวเร