ด้ตกลงกับเขาเรื่องการแต่งงานแต่รับผลประโยชน์ของเขามาแล้ว?” ต้องนับว่าเขาโชคดีที่เซี่ยเฉียวไม่ได้ถือดาบอยู่ตอนนี้
“ไม่นับว่าเป็นผลประโยชน์หรอก เด็กนั่นก็พูดแล้วว่า เขาไม่มีอะไรจะตอบแทนบุญคุณที่ช่วยชีวิตเขาไว้ ของพวกนี้เป็นการแสดงน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ…” เซี่ยหนิวซานที่เห็นว่าเซี่ยเฉียวกำลังโกรธพูดเสียงเบาลงเล็กน้อย “ก็มีแค่เหล้าผลไม้พวกนี้เท่านั้น…อีกอย่างเจ้าเด็กนั่นก็กลัวว่าข้าจะดื่มจนเมา จึงยอมส่งแต่เหล้าผลไม้มาเท่านั้น พอดื่มแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับน้ำแกงหวาน…”
เมื่อพูดเรื่องนี้ขึ้นมา เขาก็ยังจะบ่นได้อีก!
“บุญคุณที่ช่วยชีวิตอะไร” เซี่ยเฉียวขมวดคิ้วพลางเอ่ยถาม
“ก็บัณฑิตผู้เข้าสอบที่มีคนแอบอ้างเป็นเขานั่นแหละ…”
“เวินหลันเฉิง?” เซี่ยเฉียวคลายคิ้วที่ขมวดมุ่นออกทันที “ท่านพ่อ โชคดีที่เขาไม่ใช่พวกต้มตุ๋นหลอกหลวง มิฉะนั้นหากเหล้านี้มีพิษ ตอนนี้ท่านก็คงได้ไปพบยมบาลแล้ว!”
นางรู้ว่าเวินหลันเฉิงเป็นจอหงวนที่ได้รับการแต่งตั้งจากฮ่องเต้
เพียงแต่นึกไม่ถึงว่าเขามาหาถึงบ้าน?
“ในเมื่อคนผู้นี้ต้องการที่จะมามอบของขวัญขอบคุณ แล้วเหตุใดท่านจึงบอกว่าเขาจะเป็นลูกเขยในอนาคตได้เล่า” เซี่ยเฉียวไม่งุนงงอย่างยิ่ง
“เขาอยากที่จะสู่ขอเจ้าแต่งงานด้วย หลายวันมานี้ข้าก็ได้ตรวจสอบมาอย่างละเอียดแล้ว แม้ว่าคนผู้นี้จะอ่อนแอไปหน่อย แต่ก็ไม่มีข้อบกพร่องอื่น ทั้งยังรู้มารยาท หน้าตาก็ไม่เลว คำพูดในตำราพวกนั้นข้าก็ฟังไม่เข้าใจหรอก