นามบ้านเกิดของวิญญาณตนนั้นให้ชัดเจนทันที
หลุมศพของวิญญาณนี้อยู่ไกลออกไป นางจึงทำได้แค่ต้องหาทางแยกสักแห่งแล้วเผากระดาษให้ พอถึงเวลานั้นนางจะต้องร่ายคาถาสักกี่คำก่อนจึงจะส่งของไปถึงเขาได้
วิญญาณที่อยู่ตรงหน้ากำลังวิตกกังวล แต่เขาก็ยอมรับในสิ่งที่เซี่ยเฉียวต้องการให้อย่างว่าง่าย
ในขณะเซี่ยเฉียวพึมพำอะไรอยู่คนเดียวบนรถม้า คนที่อยู่ข้างนอกกลับรู้สึกคุ้นชินไปเสียแล้ว
ในใจพวกเขารู้สึกแปลกๆ เล็กน้อย แต่หลังจากที่ได้ฟังน้ำเสียงสงบเย็นของปรมาจารย์โม่แล้ว พวกเขาก็รู้ว่าวิญญาณนั้นเป็นวิญญาณตัวเล็กๆ ธรรมดาๆ เท่านั้น
วิญญาณที่สามารถทำให้ปรมาจารย์ด่าออกมาได้สิจึงจะน่ากลัว
ตอนที่พวกเขากลับไปถึงเมืองหลวง เทศกาลเชงเม้งก็เริ่มแล้ว
เซี่ยเฉียวเริ่มก้มหน้าเอาไว้ตลอดเวลา พยายามไม่เงยหน้าให้มากที่สุด
“ปรมาจารย์ ท่านไม่สบายหรือ” เซี่ยเฉียวลงจากรถม้า โจวเว่ยจงและคนอื่นๆ เป็นห่วงนางมาก
ด้วยความช่วยเหลือจากปรมาจารย์คดีนี้จึงได้คลี่คลายได้อย่างราบรื่นเช่นนี้ พวกเขาจึงต้องดูแลนางให้สะดวกสบายมากที่สุด
แต่ตอนนี้นางเป็นอะไรไปเล่าฃ
นางดูห่อเหี่ยวราวกับดอกไม้ที่ไม่ได้รับการรดน้ำในวันที่แดดแรงอย่างไรอย่างนั้น ไม่มีความสดชื่นกระปรี้กระเปร่าเลยแม้แต่น้อย
“ไม่มีอะไร เพียงแต่ บนหัวเจ้ามีผู้ชายหนึ่งเกาะอยู่ ท่าทางหงุดหงิด ข้าไม่อยากมอง” เซี่ยเฉียวเอ่ยเบาๆ
“…” มุมปากของโจวเว่ยจงกระตุกเล็กน้อย
องครักษ์คนอื่นๆ กลับหัวเราะฮ่