ศ์
ผังหานเวยลูบไล้ใบหน้าของนาง และเชื่อฟังคำพูดของชายชราก่อนจะพยักหน้า “ข้าต้องออกไปพบสักหน่อย ปรมาจารย์โม่นั่นบอกว่าเครื่องหอมของตระกูลเราอาจจะไม่ได้ดีเหมือนเก่าแล้ว แต่หากข้าไปมีความสัมพันธ์กับพวกเชื้อพระวงศ์ ไหนเลยเรายังจะต้องกลัวอีกว่าจะหาเงินไม่ได้”
ผังหานเวยพูดจบก็สวมผ้าคลุมหน้าแล้วออกไปพบแขก
จ้าวซวีจือรออยู่สักพัก ในที่สุดก็ได้เห็นคุณหนูผังผู้นี้เดินออกมาอย่างช้าๆ
ผังหานเวยตกตะลึงทันทีที่ได้เห็นจ้าวซวีจือ
ตอนที่นางไปพบผู้สูงศักดิ์ท่านนั้น เขากำลังกินอาหารอยู่พอดี ท่าทางยกถ้วยชาของเขานั้น…เหมือนกับคนตรงหน้านี้ไม่มีผิด
หรือว่าจะเป็นพี่น้องกัน
คนผู้นั้นเป็นรัชทายาท แล้วคนผู้นี้เล่า องค์ชาย?
ผังหานเวยไม่รู้จักองค์ชายของราชวงศ์นี้ แต่ในเวลานี้เมื่อเห็นว่าท่าทางของจ้าวซวีจือคล้ายคลึงกับรัชทายาท ทั้งยังแซ่จ้าวเหมือนกันอีก นางก็เริ่มคิดในใจแล้ว…
นางได้ยินมาว่าราชวงศ์นี้ยังมีองค์ชายสี่อีกคน…
หรือว่า…
หัวใจของผังหานเวยเต้นเร็วขึ้น ก่อนที่นางจะนั่งลงอย่างกระบิดกระบวน “คุณชายเป็นใคร ข้าไม่เคยพบท่านมาก่อนนี่”
“ข้าได้ยินมาว่าแม่นางผังถูกรัชทายาทลงโทษ ข้ารู้สึกละอายใจนักจึงได้มาที่นี่เพื่อขอโทษแม่นางแทนรัชทายาท” จากนั้นจ้าวซวีจือก็เอ่ยอีก “หลายปีมานี้รัชทายาทไม่ได้สนใจผู้หญิงคนอื่น ข้างกายพระองค์มีปรมาจารย์โม่อยู่แล้ว ดังนั้นจึงได้มองเมินแม่นางผัง ความดีของแม่นางคนอื่นก็ยังรับรู้ได้”
ตอนที