เฉียวหุบปากเงียบ นางค่อยๆ เติมเนื้อให้ตัวเองไปอย่างช้าๆ
“แม่นางน้อยคนนี้ไม่รู้จักน้ำใจข้าเลย ถึงอย่างไรข้าก็ช่วยนางย้ายหลุมศพให้บิดาของนาง ทั้งยังช่วยสอบสวนคดีนี้ด้วยกัน นางมีทรัพย์สมบัติมากมายล้นเหลือขนาดนี้ได้ก็มาจากความพยายามของข้าด้วยส่วนหนึ่ง? ก่อนหน้านี้นางยังอยากกราบข้าเป็นอาจารย์อยู่เลย พริบตาเดียวก็ลืมไปเสียแล้ว เฮ้อ” โลกช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
จิตใจของสาวน้อยเปลี่ยนแปลงไวมากเหลือเกิน
เซี่ยผิงกั่งนิ่งเงียบไม่พูดอะไรมาตลอดด้วยกลัวว่าจะรบกวนการรับอนุของรัชทายาท
เวลานี้เมื่อเขาพบว่าผู้หญิงคนนั้นถูกลากออกไปแล้วก็รู้สึกเสียดายเล็กน้อย “นังหนูนี่ก็ค่อนข้างรวย ทั้งยังอยากรีบจะเป็นอนุให้ได้เลย ช่วยให้นางสมปรารถนาหน่อยก็ได้แล้วนี่?”
จ้าวเสวียนจิ่งและเซี่ยเฉียวหันมาจ้องเขาในเวลาเดียวกัน
“ข้าไม่อยากโชคร้าย” จ้าวเสวียนจิ่งดูหม่นหมองและไม่ค่อยพอใจเท่าไรนัก
“พี่…” เซี่ยเฉียวเกือบจะเรียกผิดอีกแล้ว นางรีบเปลี่ยนคำพูดทันที “ใต้เท้าเซี่ย รัชทายาทฐานะสูงส่งยิ่งนัก หากเขารับอนุเพราะเงิน ใครเล่าที่จะเสื่อมเสีย ยังดีที่รัชทายาทไม่เอาความกับเจ้า มิฉะนั้นแล้วคำพูดของเจ้านี้คงทำให้ถูกตัดหัวได้เลย!”
ประโยคสุดท้ายเซี่ยเฉียวก็แค่พูดเล่นๆ เพื่อขู่ให้พี่ชายของนางตกใจเล่นเท่านั้น
ถึงอย่างไรตอนนี้พวกเขาก็อยู่ข้างนอก นิสัยของรัชทายาทจึงถูกเก็บงำไว้ ไม่ได้ถือสาหาความผังหานเวยผู้นั้นมากเกินไป
ถ้าหากเป็นที่