เมืองหลวงผังหานเวยหรือจะถูกตบปากแค่ยี่สิบที
เพียงแค่มองเห็นความโง่เขลาที่หยิ่งผยองของหญิงสาว เขาก็ขี้เกียจเกินกว่าจะลงโทษนาง
“ข้าละอายใจยิ่งนัก” เซี่ยผิงกั่งยอมรับความผิดพลาดของเขาอย่างสงบแล้วเอ่ยถามเซี่ยเฉียว “ปรมาจารย์โม่ ก่อนหน้านี้ท่านบอกว่าผู้หญิงคนนี้ดวงไม่ดีไม่ใช่หรือ ข้าก็เห็นว่าดวงของนางไม่เลวเลยนี่? เดิมทีนางเป็นเด็กกำพร้า แต่ในชั่วข้ามคืนนางก็กลายเป็นนายของตระกูลไป๋ มีทรัพย์สินมากมาย…หรือว่านางจะโชคดีแล้ว”
แม้พูดว่ามารดาของผังหานเวยตายไปแล้วก็จริง แต่นางสองแม่ลูกก็ไม่มีความผูกพันอะไรต่อกันแม้แต่น้อย
สำหรับผังหานเวยแล้ว จะไม่เหมือนกับทรัพย์สมบัติหล่นลงมาจากฟ้าตกใส่หัวนางอย่างนั้นหรือ
“โชคดีและโชคร้ายพึ่งพาอาศัยกัน สิ่งที่ที่เจ้าเห็นคือโชค แต่ข้ากลับเห็นต่างกัน” เซี่ยเฉียวเอ่ยเรียบๆ
เมื่อมองแค่ใกล้ๆ ก็ถือว่าโชคดี แต่ถ้ามองให้ไกลๆ…ก็ไม่แน่ว่าจะเป็นเช่นนั้น
สถานะของรัชทายาทก็ไม่ได้ถือว่าเป็นความลับอะไร ตอนนี้คนทั่วทั้งอำเภอสวินต่างก็รู้ว่าคนที่ไขคดีหิ่งห้อยคือรัชทายาทผู้สูงศักดิ์
คดีนี้ดูเหมือนจะเป็นคดีฆาตกรรมธรรมดาๆ แต่คนที่ถูกฆ่าตายกลับเป็นบัณฑิตที่มีความรู้ถึงสามคน
ดังนั้นตอนนี้รัชทายาทจึงได้รับการยกย่องจากพวกบัณฑิตมากขึ้นไม่น้อย
จ้าวซวีจือที่ในโรงเตี๊ยมเดียวกันบังเกิดโทสะขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินเรื่องที่รัชทายาทไขคดีได้ มันทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดที่คอมากขึ้นไปอีก
เขาก็มาปิดค