รู้สึกอย่างไรบ้าง”
เซี่ยผิงไหวถึงกับนิ่งไป กระทั่งรู้สึกสับสนไปหมด
เขาคิดอย่างไรเกี่ยวกับการฝนหมึก ก็แค่อยากจะบั่นคออาจารย์เซียวให้ตายไปเสีย ไม่มีอะไรอื่น…
“เรื่องนั้น…” เซี่ยผิงไหวพับกับสายตาคาดหวังรอคอยของอาจารย์เซียวจนต้องกลืนน้ำลาย เขาคิดเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างลังเลว่า “ฝนหมึก…ลำบากมาก? รีบร้อนไม่ได้ จะต้องฝนช้าๆ ไม่เช่นนั้น…มันก็จะเลอะเทอะ…”
เขารู้สึกหวั่นวิตกอยู่ในใจ
อาจารย์ผู้นี้คงจะไม่หยิบเอาไม้บรรทัดหนามมาตีเขาอีกหรอกนะ!
สมน้ำหน้าแล้วที่บัณฑิตโหดร้ายผู้นี้เป็นขุนนางไม่ได้!
“เจ้าพูดถูก” อาจารย์เซียวเอ่ยขึ้นในที่สุด “ถึงแม้จะเรียบง่ายไปหน่อย ทว่าคำพูดที่ไม่ได้ผ่านการขัดเกลานี้ก็มีเหตุผล ข้าก็หวังว่าต่อไปเจ้าก็จะทำสิ่งต่างๆ แบบเดียวกับการฝนหมึกนี้ อย่าใจร้อนและหุนหันพลันแล่น และทำอย่างช้าๆ”
“…” เซี่ยผิงไหวรู้สึกว่าความอ่อนโยนของเซียวอวี้หรงวันนี้น่ากลัวเล็กน้อย
อาจารย์เซียวเหลือบมองเขา
ก่อนจะรู้สึกหมดคำพูด
หากเปลี่ยนเป็นสมองของฉู่เจี้ยน เมื่อเขาได้ยินคำพูดเช่นนี้ก็ควรที่จะเข้าใจประเด็นสำคัญทันที จากนั้นก็คุกเข่าลงเพื่อกราบเขาเป็นอาจารย์ แต่เด็กคนนี้…กลับไม่เข้าใจอะไรเลยแม้แต่น้อย
ความโง่ก็มีประโยชน์ของมัน ความไร้เดียงสาและเรียบง่ายก็ใช่ว่าจะไม่มีประโยชน์อะไรเลย!
“เจ้าเลือกวันมากราบอาจารย์เถอะ บิดาของเจ้าไม่อยู่ พี่ชายก็ไม่ว่าง พิธีกราบอาจารย์นี้ก็ไม่ต้องทำให้ยุ่งยากไป หาก