อเย็นวาบขึ้นมาทันที
เซี่ยผิงกั่งผู้นี้หยาบคายร้ายกาจยิ่งนัก
เขาได้ยินมานานแล้วว่าเซี่ยผิงกั่งดุร้ายดุจสัตว์เดรัจฉาน เมื่อเขาสืบคดี ไม่ว่าจะไปพบกับใครเข้า ต่อให้เป็นชินอ๋องตระกูลสูงศักดิ์ เขาก็จะไม่ยอมอ่อนข้อเด็ดขาด!
หากวันนี้เซี่ยผิงกั่งจับดาบอยู่ล่ะก็…
เขาก็คงหัวขาดไปแล้ว!
สีหน้าจ้าวซวีจือไม่ค่อยดีนัก
รัชทายาทแย้มยิ้มก่อนเอ่ยว่า “เรื่องนี้ก็ให้จบแค่นี้เถอะ จะให้ชดใช้อย่างไรก็คงไร้ประโยชน์แล้ว ข้าก็เห็นว่าเจ้าบาดเจ็บไม่น้อย รีบไปร้านยาให้หมอให้ตรวจดูก่อนดีกว่า กลับไปแล้วก็อย่าได้พูดถึงเรื่องนี้กับหนิงเป่ยอ๋อง เจ้าจะได้ไม่ต้องโดนตำหนิ”
รัชทายาทเอาใจใส่อย่างที่สุด
จ้าวซวีจือยังจะพูดอะไรได้อีกเล่า
“ซวีจือทูลลา” จ้าวซวีจือแสดงออกอย่างเชื่อฟังและเคารพ ท่าทางสุภาพอ่อนน้อม มารยาทอันอ่อนโยนและสง่างามแต่เดิมของเขาบัดนี้กลับกลายเป็นเรื่องน่าขบขัน เนื่องจากอาการบาดเจ็บของเขา
เขากัดฟันดูทั้งอดกลั้นและโกรธเคือง ท่าก้มหลังของเขาดูลำบากลำบนและเจ็บปวด
รัชทายาทมองออกไปนอกหน้าต่าง จับตามองจ้าวซวีจือที่อยู่ข้างล่างด้วยสีหน้าเย็นชา
“ฝ่าบาท เด็กนี่ไม่เป็นไรแน่หรือ” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยถาม
จ้าวซวื่อยังไม่ได้เป็นจวิ้นอ๋องและยังไม่ได้รับตำแหน่งราชการ ดังนั้นตอนนี้แม้เซี่ยผิงกั่งจะล่วงเกินเขาไปบ้างก็ไม่เป็นปัญหาอะไร
“เจ้าล่วงเกินคนที่ไม่ควรหาเรื่องด้วย” รัชทายาทยิ้มอ่อนๆ
“ไม่ควรหาเรื่อง? เขา? ข้าเห็นว่าคนคนนี้