้เท่าไร หายไปสักสองสามไหก็ไม่เป็นไรหรอก อีกอย่าง ฝ่าบาทก็อยู่ด้วยนี่? ข้าย่อมต้องต้อนรับท่านด้วยของที่ดีที่สุดอยู่แล้ว” เซี่ยผิงกั่งหาผู้สมรู้ร่วมคิดอย่างยิ่งในเวลานี้
ถ้าหากเซี่ยเฉียวจับได้ เขาก็แค่ผลักไปที่รัชทายาทเท่านั้น
รัชทายาทอยากจะดื่ม แล้วเขาจะทำอย่างไรได้เล่า!
เซี่ยผิงกั่งไปขุดเหล้าอย่างมีความสุข
เซี่ยเฉียวกลับรู้สึกปวดใจยิ่งนัก
เหล้าของนาง!
ตอนที่นางมาจากวัดนางไม่ได้เอาอะไรมามากมาย เหล้าพวกนี้นางเพิ่งมาหมักบ่มไว้ตอนที่มาถึงเมืองหลวงนี่เอง และก็ไม่ได้มีมากเท่าไรด้วย…
มุมปากของเซี่ยเฉียวกดลงเล็กน้อย ใบหน้าบูดบึ้ง นางดูเหมือนตั๊กแตนที่ผูกติดอยู่กับเชือก นางโกรธไปหมด แต่กลับไม่สามารถไปไหนได้
นางแทบทนไม่ไหวที่จะจับเซี่ยผิงกั่งมาเคาะกะโหลกสักหน่อย
“สีหน้าศิษย์พี่ไม่ค่อยดีเลย มีเรื่องอะไรหรือเปล่า” จ้าวเสวียนจิ่งถามทั้งๆ ที่รู้
เซี่ยเฉียวฝืนยิ้มออกมา “ข้าไม่ได้จดหมายจากอาจารย์มานานแล้ว เกิดเป็นห่วงขึ้นมาน่ะ!”
“อาจจะเป็นเพราะการพเนจรคราวนี้ไกลไปหน่อย” ริมฝีปากบางๆ ของจ้าวเสวียนจิ่งแฝงรอยยิ้ม สีหน้าเขาอ่อนโยน น้ำเสียงเขาไพเราะน่าฟัง “พออาจารย์กลับมาแล้วค่อยขอให้ท่านจัดการเรื่องงานแต่งให้เรา ดีไหม”
“…” ถ้วยชาในมือเซี่ยเฉียวสั่นเล็กน้อย “ศิษย์น้อง ในสายตาพี่ เจ้าก็ยังเป็นแค่เด็กคนหนึ่ง!”
“คิษย์พี่โม่ในสายตาของข้าก็ยังเป็นเด็กเหมือนกัน เช่นนี้แล้วพวกเราสองคนก็เด็กเหมือนกัน” จ้าวเสวี