าก
สักพักดาบก็มาถึง
ดาบเล่มนั้นยังยาวกว่าความสูงของโจวไคอวิ๋นมาเล็กน้อย เซี่ยผิงกั่งโยนด้ามดาบให้เขาอย่างง่ายๆ “รับไปสิเจ้าหนู!”
โจวไคอวิ๋นก้นจำเบ้าลงกับพื้น ด้ามดาบนั้นกดทับเขาเอาไว้ทันที เขากำด้ามดาบไว้ ทั้งดูดังดันและน่าสงสาร แต่กลับไม่มีความกล้าที่จะยืนขึ้นมา
“กลัวอะไรเล่า หยิบมันขึ้นมาสิ พยายามหน่อย ยกให้ดีๆ มา มาฟันคอข้านี่” เซี่ยผิงกั่งพูดจบแล้วก็ยังถอดเสื้อคลุมของเขาออก และดึงเสื้อผ้าลงเผยให้เห็นลำคอหนาๆ ของเขา
โจวไคอวิ๋นเบะปาก
เริ่มสะอึกสะอื้น
เซี่ยผิงกั่งเห็นการกระทำของเขาแล้วก็หัวเราะฮ่าๆ ในทันที “หรือว่าเจ้าเอื้อมไม่ถึง มา ข้านอนลงก็ได้ แบบนี้ได้แล้วสินะ”
เซี่ยผิงกั่งพูดจบก็กลิ้งตัวลงไปนอนบนพื้น ยืดคอออก รอให้โจวไคอวิ๋นลงมือ
“ข้านับถึงสิบ หากเจ้ายังไม่ลงมืออีก ข้าจะไม่อดทนแล้วนะ เจ้าฆ่าข้าไม่ได้ก็เป็นตาข้าที่จะสั่งสอนเจ้าบ้างแล้ว” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยช้าๆ น้ำเสียงของเขาเหมือนยมบาลที่ปลุกเร้าวิญญาณ “หนึ่ง…”
โจวไคอวิ๋นใจคอสั่นเทา เขาจับดาบเล่มใหญ่ไว้ สองมือของเขายังคงสั่นไม่หยุด
ในที่สุดก็พบว่าตนเองยกดาบเล่มนี้ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย!
มันหนักมาก เขาพยายามจับมันไว้แต่ก็ตัวสั่นไปหมด และยกมันขึ้นจากพื้นได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
“หากเจ้าใช้ดาบไม่ได้ จะใช้มือของเจ้าก็ได้ บีบคอข้าสิ” เซี่ยผิงกั่งมองท่าทางน่าสงสารของเขาก่อนจะเอ่ยด้วยความรำคาญ “ห้า หก…”
แคร้ง ดาบใหญ่หล่นลงบนพื้นทันที
โจวไ