คอวิ๋นมองคนที่อยู่ตรงหน้า เซี่ยผิงกั่งก็ยังคงนอนอยู่บนพื้นตรงนั้น แต่เขากลับไม่กล้าเดินเข้าไป
คนคนนี้…
น่ากลัวมาก น่ากลัวเหลือเกิน!
เขาทั้งสะอึกสะอื้นทั้งร้องไห้ น้ำมูกน้ำหูน้ำตาไหลนองหน้า
“สิบ” เซี่ยผิงกั่งลุกขึ้นยืน
“ข้าให้โอกาสเจ้าแล้วนะ” เซี่ยผิงกั่งส่งเสียงเยาะเขาเล็กน้อย จากนั้นก็ก้าวไปข้างหน้าและคว้าเสื้อผ้าของโจวไคอวิ๋น “เด็กน้อยขี้ขลาดอย่างเจ้ายังคิดจะมาฆ่าคนอีกหรือ อย่าว่าแต่คนเลย แต่ลูกไก่สักตัว ข้าว่าเจ้าก็ยังไม่มีปัญญาจะลงมือ!”
โจวไคอวิ๋นสะอึกสะอื้น ตัวสั่นอย่างรุนแรง
ดูเหมือนเขาจะหวาดกลัวไม่น้อย
เซี่ยเฉียวก็ไม่ได้เอ่ยปากห้ามแต่อย่างใด
เด็กคนนี้ต้องได้รับบทเรียนบ้าง ไม่ลำบากสักหน่อยก็ไม่เติบโต
เผียะ เซี่ยผิงกั่งตบลงไปบนก้นโจวไคอวิ๋นหนึ่งที
“ฮึก ฮือ…” โจวไคอวิ๋นร้องออกมาทันที
“อ้อ เจ้ามีปากเหมือนกันนี่ เมื่อครู่นี้เจ้าเอาแต่เก็บกดเอาไว้ ข้านึกว่าเจ้าพูดไม่ได้เสียอีก” เซี่ยผิงกั่งพูดจบก็ถอดรองเท้าตบลงไปบนก้นของของโจวไคอวิ๋นอีก เผียะ
ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาตีไปทั้งหมดยี่สิบกว่าครั้ง
โจวไคอวิ๋นถูกตีจนเหนื่อยหอบ ร้องไห้จนฟ้าดินสะเทือน
อาจารย์ชิวพาคนบุกเข้ามาจากประตูใหญ่ของบ้านตระกูลเซี่ย ทันทีที่เขาเข้าไปในลานบ้านก็เห็นหลานชายของตนเองหมอบอยู่กับพื้นและร้องไห้ไม่หยุด
แข้งขาของเขาอ่อนแรงในทันใด
เซี่ยผิงกั่งกำลงจะเอ่ยปาก แต่ถูกเซี่ยเฉียวห้ามเอาไว้เสียก่อน นางยิ้มแย้มพลางเดินเข้าไป