ูกชายของนางจึงทำให้รู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย แต่เมื่อนางเห็นท่าทางของจ้าวซวีจือเช่นนี้ นางก็ใจอ่อนลงบ้างและไม่ได้พูดอะไรต่อไปอีก
จ้าวซวีจือเดินออกไปจากคฤหาสน์อย่างน่าอดสู
หน้าผากของเขาแดงไปหมด ใบหน้าของเขาดูเศร้าโศกและสำนึกผิด
จนกระทั่งเขาเข้าไปนั่งในรถม้าที่อยู่ด้านนอก แววตาของเขาก็เปลี่ยนไปทันที
เขากำหมัดขึ้นเล็กน้อย และเกือบจะทุบตัวรถม้าเข้าให้แล้ว แต่เมื่อทันทีที่เขาคิดจะทำเช่นนั้นก็นึกขึ้นมาได้ว่าข้างนอก อาจมีคนแอบสังเกตเขาอยู่จึงได้แต่ต้องอดกลั้นเอาไว้
เรื่องก่อนหน้าก็วนกลับมาในความคิดของเขาอีกครั้ง
ระหว่างทางกลับเมืองหลวง จ้าวอวี้จือเบื่อหน่ายอยู่ตลอดเวลา ในฐานะที่เขาเป็นพี่ชายช่างไม่ต่างอะไรจากทาสคนหนึ่ง เขาต้องคอยเป็นเพื่อนเล่น กระทั่งปกป้องความปลอดภัยของน้องชาย
เขาไม่ได้ตั้งใจจริงๆ
เขาถูกใจลูกข่างสีทองนั่นตั้งแต่แวบแรก ด้วยความเข้าใจที่เขามีต่อจ้าวอวี้จือ ตนรู้ได้ทันทีว่าเขาจะต้องชอบมันมากแน่ๆ ในฐานะพี่ชายที่กลับต้องคอยเอาใจน้องชาย เวลานั้นเขายังรู้สึกเยาะเย้ยตนเองในใจ
ตอนที่เขาซื้อมันมา เสี่ยวเอ้อในโรงจำนำนั้นยังแอบบอกบางอย่างกับเขา
บอกว่าของสิ่งนี้ไม่สะอาด เนื่องจากมันเป็นของที่ฝังลงในหลุมศพพร้อมกับลูกชายเศรษฐีคนหนึ่งซึ่งถูกคนขุดขึ้นมา หากเขาจะนำไปให้เด็กเล่นจะต้องระมัดระวังหน่อย
แต่มันก็เป็นแค่ลูกข่างอันหนึ่งเท่านั้นนี่นา
เขาคิดเช่นนั้นในเวลานั้น
แต่กลับไม่นึกเลยว่าหลังจ