ได้เป็นโจรอยู่ตั้งนานขนาดนั้น เราสองแม่ลูกก็คงจะไม่เหินห่างกันขนาดนี้!” หญิงชรากลัวว่าคนอื่นจะไม่เข้าใจจึงหันกลับไปอธิบายให้ทุกคนฟังทันที
“สะใภ้เผิงนั่นตัวใหญ่ไหล่หนา นิสัยรุนแรง กดข่มจนลูกข้าโงหัวไม่ขึ้น นางทำบาปมามากจึงได้ตายเร็ว ไม่เช่นนั้นที่ลูกชายของข้าคิดจะไปสู้กับคนเถื่อนก็คงจะทำไม่ได้!”
“พวกเจ้าคงนึกไม่ออกว่าสะใภ้เผิงหน้าตาเป็นอย่างไร อย่างนี้นะ หลานชายคนโตของข้ากับสะใภ้เผิงน่าจะคล้ายกันมาก” หญิงชราครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วเอ่ยเสริม
เซี่ยผิงกั่งก็มักจะมาที่ร้านยาแห่งนี้
เขาจะต้องสืบคดีจึงมักจะไปไหนมาไหนไปทั่ว และมักจะมาซื้อยาบางอย่างอยู่บ่อยครั้ง
ตอนที่เขาได้รับตำแหน่งขุนนางก็ขี่ม้าเข้าประตูเมืองมา ชาวบ้านคอยมุงดูกันอย่างแน่นขนัด จึงเห็นเขาอย่างถนัดถนี่และจำได้ขึ้นใจ
หากผู้หยิงคนหนึ่งหน้าตาเหมือนกับใต้เท้าน้อยเซี่ยแล้วล่ะก็ นางก็คง…
ค่อนข้างน่ากลัว
“ใต้เท้าน้อยเซี่ยเพิ่งคลี่คลายคดีใหญ่ได้คดีหนึ่งเมื่อปีกลาย คดีใหญ่นั้นมีผู้หญิงบริสุทธิ์ตายไปกว่าร้อยคน เขาล่วงเกินตระกูลราชบุตรเขย ความกล้าหาญเช่นนี้ใช่ว่าคนทั่วไปจะมีได้ สะใภ้เผิงจากปากคำของท่านแท้จริงเป็นอย่างไรกันแน่พวกเราก็ไม่อาจรู้ได้ แต่คิดให้ดี…หากนางชั่วช้าขนาดนั้นก็คงจะให้กำเนิดลูกชายที่กล้าหาญเด็ดเดี่ยวและมีคุณธรรมเช่นนี้ออกมาไม่ได้”
“อีกอย่าง…หรือฮูหยินคิดว่าการอยู่ค่ายโจรค่ายหนึ่งเป็นเรื่องง่าย?”
ผู้พูดเป็นบัณฑิตผู้หนึ่