่าเด็กคนนี้ชอบให้ใช้ไม้อ่อน ตอนนี้เขากำลังเจ็บมือพอดี นางฉวยโอกาสนี้เพาะบ่มความผูกพันเสียเลยดีกว่า ภายหลังจะง่ายต่อการสอน
เมื่อคิดได้เช่นนั้นแววตาที่หลินหยาเซียงมองเซี่ยผิงไหวจึงอ่อนโยนขึ้นมาก
กระทั่งว่าหลังจากที่พวกเจ้าหน้าที่ทหารออกไปแล้ว หลินหยาเซียงก็ก้าวเข้าไปแล้วเอ่ยกับเขาว่า “เจ้าเด็กนี่ทำให้ป้าตกใจจริงๆ หากเจ้าเป็นอะไรขึ้นมา ป้าก็จะไม่อยู่ ตายตามเจ้าไปดีกว่า พวกเราสองคนไปหาท่านแม่เจ้าด้วยกัน…”
“…” เซี่ยผิงไหวอ้าปากค้าง
ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกกระมัง เขาและท่านป้าของเขาก็ไม่ได้สนิทสนมคุ้นเคยอะไรกันมาก…
แต่นางอ่อนโยนขนาดนี้แล้ว เขาก็ไม่สามารถด่ากลับไปได้จึงเอ่ยว่า “ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก แค่แขนข้างเดียวเองนี่ ฮึก ข้าไม่เจ็บหรอก!”
“เด็กโง่ ต่อหน้าป้าเจ้าไม่ต้องอดทนไว้หรอก ไป ป้าจะพาเจ้ากลับบ้าน เจ้าอยากกินอะไร” น้ำเสียงหลินหยาเซียงอบอุ่นอ่อนโยน นางเอ่ยต่อ “ขาดสิ่งไหนบำรุงด้วยสิ่งนั้น ป้าต้มน้ำแกงกระดูกให้เจ้าดีไหม”
“…ตกลง” เซี่ยผิงไหวตอบรับด้วยความงุนงง
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ท่านตาหลินบอกเขาว่าท่านแม่และท่านป้าของเขาหน้าเหมือนกัน
เพียงแต่ว่านิสัยของท่านแม่เขาอ่อนโยน ส่วนนิสัยของท่านป้าก็จะแสบกว่าเล็กน้อย
หลังจากที่หลินหยาเซียงพาเซี่ยผิงไหวออกไปแล้ว เซี่ยผิงกั่งก็ขมวดคิ้วไม่หยุด
หลูซื่อเพิ่งจะจากไป ตระกูลหลินนี่อย่าได้เป็นเหมือนหลูซื่อเลย
“พี่ชายใหญ่วางใจได้ ท่านป้าหลินดีมาก”