ิ้มพลางดึงข้อมือกลับมา
จากนั้นนางก็อยู่ต่อกินข้าวง่ายๆ หนึ่งมื้อ
เซี่ยเฉียวพบว่าเซี่ยผิงไหวว่าง่ายขึ้นมาก
ตอนกินข้าวเขาก็ไม่ได้แย่งของกิน ท่านั่งก็เรียบร้อย ส่วนเด็กน้อยตระกูลหลินสามคนนั้นก็หันมามองเขา และเลียนแบบเขาอยู่ตลอดเวลาราวกับยอมรับแล้วว่าเขาเป็นพี่ใหญ่กระนั้น
เซี่ยเฉียววางใจลงได้ไม่น้อย
เพียงแต่ตอนที่กำลังกินข้าวอยู่เซี่ยเฉียวก็ได้ยินเสียงหนวกหูเบาๆ ดังขึ้น
แก๊ง แก๊งๆ
เสียงนั้นดังเป็นจังหวะและดังไม่หยุด
“ข้างนอกนั่นเสียงอะไร” เซี่ยเฉียวถามคนตระกูลหลินด้วยความสงสัย
“น่าจะเป็นเสียงดังมาจากร้านตีเหล็กที่ไหนสักแห่ง สองวันมานี้พอถึงเวลานี้ก็จะมีเริ่มมีเสียงดังขึ้น และจะดังต่อเนื่องไปประมาณหนึ่งชั่วยาม” หลินหยาเซียงอธิบายก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกว่า “แต่เมื่อวานข้าก็ถามเพื่อนบ้านไปแล้ว ทว่าท่าทีของเพื่อนบ้านคนนี้ค่อนข้างแปลกราวกับว่าพวกเขาไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยกระนั้น”
เซี่ยเฉียวขมวดคิ้วเล็กน้อย
“เสียงดังออกอย่างนี้ หากพวกท่านได้ยิน เพื่อนบ้านที่อยู่ติดกันก็น่าจะต้องได้ยินอะไรบ้างสิ” เซี่ยเฉียวเอ่ย
“ข้าคิดว่าพวกเขาได้ยินจนชินแล้วจึงไม่ได้รู้สึกหนวกหูน่ะ” หลินหยาเซียงยิ้ม
ตอนที่ 370 วิชาศีรษะเหล็ก
เซี่ยเฉียวรู้สึกได้รางๆ ว่าเสียงนี้ผิดปกติ มันฟังดูหดหู่เล็กน้อย เหมือนใกล้แต่ก็เหมือนไกล ให้ความรู้สึกเหมือนไม่มีอยู่จริง
มันดังอยู่ตลอดเวลา หนวกหูจนน่ารำคาญ
นางจึงออกไปดู
ในตรอกนี้มีบ้านหลายหล