งเวลาห้าปีนี้ ให้เจ้านำเงินเดือนของเจ้าครึ่งหนึ่งไปบริจาคเป็นค่าธูปเทียนให้แก่วัดเต๋าในนามของข้า” เซี่ยเฉียวเอ่ย
เงินค่าธูปเทียนส่วนหนึ่งที่วัดเต๋าได้รับไปส่วนหนึ่งสำหรับเป็นค่าใช้จ่าย ส่วนหนึ่งจะถูกนำไปใช้ทำกุศลและเป็นประโยชน์แก่ชาวบ้าน
หลู่หลินคิดว่าตนเองจะต้องถูกทุบตีแน่แล้ว แต่เขาไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะพูดแบบนั้น
ต้องยอมรับว่าเขาหวั่นไหวแล้ว
แต่เขาก็ไม่อยากก้มหัวยอมจำนน
“ใครก็ห้ามภัยพิบัติจากธรรมชาติไม่ได้ หากเจ้าดูถูกตัวเองก็จะรู้สึกว่าทุกคนในโลกใบนี้ดูถูกเจ้า หากเจ้าคิดว่าตัวเองมีความสามารถ ทานตรงหน้าล้วนคือโอกาส มันขึ้นอยู่กับว่าเจ้าคิดอย่างไร” เซี่ยเฉียวเอ่ยเรียบนิ่ง
หลู่หลินกำหมัด
เขารู้ว่าแม่นางเซี่ยพูดถูก
แม้ว่าแม่นางซย่าจะทำกุศลด้วยมีจุดประสงค์อื่น แต่ต้องยอมรับว่าความช่วยเหลือที่นางมอบให้คนอื่นนั้นมีประโยชน์
อย่างน้อยคนที่ได้กราบอาจารย์พวกนั้นก็มีโอกาสเล็กน้อยที่จะได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของตัวเอง!
อีกอย่างโอกาสที่แม่นางเซี่ยมอบให้เขาก็ไม่อาจนับได้ว่าเป็นทาน
ค่ายทหารเกณฑ์ทหารใหม่ทุกปี และหลายคนก็สามารถเข้าไปได้ เพียงแต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาเกณฑ์ทหารเท่านั้น
นอกจากนี้การอยู่ในค่ายทหารนั้นยากลำบากจริงๆ เงื่อนไขการเกณฑ์ทหารก็สูงด้วย และถึงแม้แม่นางเซี่ยจะไม่เอ่ยปากขึ้นมา หลังจากนี้ไม่นานเขาก็สามารถลงชื่อสมัครได้ด้วยตัวเอง เพียงแต่ว่า ณ เวลานั้น เขาน่าจะผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดไปได้