้าไปเปล่าๆ ทำไมถึงไม่อยากได้ล่ะ หรือพวกเจ้าคิดว่าขนมพวกนั้นไม่อร่อย ไม่เป็นไร ไม่อย่างนั้นวันนี้ให้ข้าเลี้ยงข้าวกลางวันพวกเจ้าดีหรือไม่ ไม่ว่าพวกเจ้าจะอยากกินอะไรก็ได้ทั้งนั้น” ซย่าหย่าอวิ๋นกล่าวอย่างอ่อนโยน
พวกวัยรุ่นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
หลายคนหน้าแดงด้วยความเขินอาย
“ตอนนี้ในเมืองมีคนจ้างงานชั่วคราวเยอะมาก พวกเรา…เราหาเงินเองได้…” วัยรุ่นคนหนึ่งพูดขึ้นอย่างรวดเร็ว
“อาหารในร้านอาหารมีราคาแพงมาก ถึงแม้พวกเจ้าจะทำงานทั้งเดือน ก็ไม่แน่ว่าจะซื้ออาหารกินได้สักจาน!” ซย่าหย่าอวิ๋นขมวดคิ้ว “พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องอาย ข้ายินดีที่จะดูแลพวกเจ้าอย่างดี เพราะข้าคิดว่าสิ่งที่พวกเจ้าต้องพบเจอมันน่าเศร้ามากจริงๆ ข้าช่วยพวกเจ้าได้ ทำให้พวกเจ้ามีชีวิตที่ดีได้!”
ซย่าหย่าอวิ๋นมีชีวิตที่สะดวกสบายมาตั้งแต่ยังเด็ก และสิ่งที่นางพูดก็เป็นไปโดยธรรมชาติ
เมื่อนางเห็นวัยรุ่นหน้าแดงเหล่านี้ก็คิดว่าพวกเขาเขินอาย
หากวัยรุ่นเหล่านี้ตกระกำลำบากมาตั้งแต่เด็ก เวลานี้พวกเขาอาจรู้สึกเหมือนได้ปีนต้นไม้ใหญ่ แต่ความเป็นจริงก็คือ ก่อนเกิดภัยพิบัติคนเหล่านี้ก็ยังเป็นเด็กที่ได้รับความรักความเอ็นดูจากครอบครัว
แม้ว่าสถานะครอบครัวจะไม่ค่อยดีนักแต่ก็จะไม่ให้พวกเขาอดอยากอย่างแน่นอน
ดังนั้นคำพูดของซย่าหย่าอวิ๋นในเวลานี้จึงฟังดูรุนแรงเป็นพิเศษ กระทั่งกระตุ้นความความเคารพตัวเองของพวกเขาทันที
พวกเขาทั้งหมดเป็นวัยรุ่นที่มีอายุต่ำกว่าสิบ