เชื่อว่าจะเก็บเนื้อเก็บตัวขนาดนี้ สวมใส่ผ้ากระสอบหยาบๆ นี่มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!
หากจะบอกว่าเขาโกหกก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ ถึงอย่างไรเด็กคนนี้ก็ยังไม่โต ดูแล้วน่าจะสักสิบสองสิบสามปี อายุน้อยแค่นี้คงไม่ถึงกับทุบตีตนเองจนกลายเป็นแบบนี้หรอกกระมัง!
“พี่ใหญ่! มีพวกอันธพาลอยู่ข้างนอกตั้งหลายสิบคน พวกเขาเฝ้าดูผู้ประสบภัยที่ได้รับของ แล้วพอลับหลังก็แอบแย่งชิงไป พวกมันเกือบจะทุบข้าตายแล้ว หากพี่หญิงใหญ่มาไม่ทันข้าคงตายแน่! พี่ใหญ่ ข้าจะตายหรือไม่ไม่สำคัญ แต่พวกอันพาลข้างนอกนั่นจะทำร้ายชาวบ้านจนตายอีกสักเท่าไรเล่า!” เซี่ยผิงไหวพูดต่อ
เซี่ยเฉียวสอนเขามาน่ะ
ส่วนผู้บงการตอนนี้กำลังก้มหน้าก้มตาดูโศกเศร้ารันทดอย่างยิ่ง
ทันใดนั้นผู้คนก็รู้สึกละอายใจ
ที่แท้ว่าลูกๆ ของตระกูลเซี่ยก็ไม่ได้เป็นอย่างที่พวกเขาคิด?
พวกเขาไปทะเลาะวิวาทมาก็จริง แต่มันเป็น…พวกอันพาล?
เมื่อครู่นี้แทบทุกคนกำลังรังเกียจพวกเขาอยู่ในใจ และบางคนถึงกับป่าวประกาศเรื่องนี้ออกไปแล้ว
แต่ในเวลานี้พวกเขารู้สึกกับรู้สึกหน้าร้อนไปหมด
“นอกเมืองมีเรื่องชั่วร้ายเช่นนี้ด้วยหรือ” จู่ๆ จ้าวเสวียนจิ่งก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง ตามติดมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “คุณชายเซี่ยและคุณหนูเซี่ยมีจิตใจที่เมตตา ข้าก็รู้สึกสบายใจ เพียงแต่พวกเจ้าทั้งสองอายุยังน้อย แต่ต้องมาถูกทำร้ายรังแกเช่นนี้ เดี๋ยวข้าจะให้คนไปส่งพวกเจ้าทั้งสองกลับจวน…”
พอพูดถึงตรงนี้จ้าวเสวียนจิ่งก็น