ี้เซี่ยผิงไหวดูน่ารักขึ้นมาเล็กน้อยในสายตาของเซี่ยเฉียว
มีความเห็นอกเห็นใจแปลว่ายังมีจิตสำนึก
ก่อนหน้านี้นางเห็นว่าเซี่ยผิงไหวมองดูผู้ประสบภัยด้วยความรังเกียจ นางก็ค่อนข้างกังวล
“มีเมล็ดข้าวอยู่เพียงสองสามชั่งเท่านั้น หากพูดถึงของมีราคา…ก็พอจะบอกได้ว่าเขาโชคดีที่ได้เสื้อกันหนาวไปสองตัว หนึ่งร้อยเหวิน…ก็คงจะได้แหละ” เซี่ยเฉียวเอ่ยเรียบนิ่ง
จู่ๆ เซี่ยผิงไหวก็รู้สึกว่าในปากตนเองไร้รสชาติขึ้นมาทันใด
ขนมที่เขาโปรดปรานชิ้นเล็กๆ ชิ้นเดียวก็หนึ่งร้อยเหวินแล้ว
ตั๊กแตนที่เขามักจะเล่นอยู่เป็นประจำอย่างถูกๆ ก็ตัวละหลายสิบเหวิน แต่เขาไม่ชอบ ตั๊กแตนที่เขาซื้อนั้นมีราคาแทบจะหลายสิบตำลึง กระทั่งว่า…เขาเคยซื้อตั๊กแตนตัวละร้อยตำลึงมาก่อนด้วยซ้ำ เพียงแต่มันถูกพี่ชายใหญ่บี้จนตายไปเท่านั้น
เซี่ยผิงไหวรู้สึกละอายใจจนต้องหดศีรษะ
ท่าทางเขาห่อเหี่ยวลงไปเล็กน้อย ดูไม่มีชีวิตชีวาราวกับได้รับความกระทบกระเทือนใจอะไรบางอย่าง
เช่นนี้แล้วเซี่ยเฉียวจึงพาเขาลงจากรถม้า
นางนำเงินที่แลกจากถั่วเงินมาซื้อยาให้พวกบ่าวรับใช้ จากนั้นก็ให้พวกเขาก็นั่งอยู่ในร้านยาเพื่อพักผ่อน ก่อนจะสั่งให้บ่าวรับใช้ที่ไม่ได้รับบาดเจ็บไปที่ศาลตัดสินคดีเพื่อไปหาคนที่พึ่งพาได้
บ่าวรับใช้รีบเร่งออกไปทันที พอเห็นเซี่ยผิงกั่งเข้าก็เอ่ย “คุณชายใหญ่เกิดเรื่องแล้วขอรับ คุณหนูใหญ่กับคุณชายรองออกไปทำกุศลที่นอกเมืองแต่กลับถูกคนทุบตีทำร้าย ตอนนี้อยู่ที่ร