้านยา…”
ชั่วขณะนั้นเซี่ยผิงกั่งรู้สึกราวกับว่าใครสักคนกำลังเคาะระฆังขนาดใหญ่อยู่ในหัวของเขาฃ
ดัง แก๊งๆ!
เซี่ยผิงกั่งรีบออกไปหารัชทายาททันทีเพื่อขอลางาน
สีหน้าของเขาคร่ำเคร่งจนใครๆ ก็มองออกว่าเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้ว
“เจ้าเป็นอะไรถึงได้กระวนกระวายขนาดนี้ มีคดีใหญ่อะไรหรือ” จ้าวเสวียนจิ่งรู้อยู่แล้ว
เซี่ยผิงกั่งผู้นี้ดูเป็นคนหยาบคายและจิตใจมั่นคง ต่อให้โจรสลัดมายืนอยู่ตรงหน้าสีหน้าเขาก็จะไม่เปลี่ยน แต่มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ทำให้เขาเปลี่ยนไปได้ทันที
ซึ่งก็คือน้องสาวแท้ๆ ของเขาเซี่ยเฉียว
ก่อนหน้านี้เขาพยายามจะพูดคุยกับเซี่ยเฉียวแต่ก็ไม่มีโอกาส
เวลานี้สบโอกาสพอดี
“แค่เรื่องในครอบครัวน่ะ…น้องสาวของกระหม่อมถูกรังแกเล็กน้อยตอนออกไปข้างนอก ดูเหมือนว่าจะได้รับบาดเจ็บ ตอนนี้นางอยู่ที่ร้านยา…กระหม่อมต้องไปดูเสียหน่อย นางร่างกายอ่อนแอ และตอนนี้ก็ยังไม่มีทายาท…” เซี่ยผิงกั่งยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกแย่
อย่าได้รีบตายไปก่อนนะ
เซี่ยผิงกั่งพูดจบก็เงยหน้าขึ้น
แต่ตรงหน้าเขากลับไม่มีใครอยู่เสียแล้ว
เขาอึ้งไปครู่หนึ่ง ส่วนรัชทายาทออกไปได้ก็ให้คนเตรียมม้าให้ทันที ภายในชั่วพริบตาเขาก็ขึ้นม้าจากไปแล้ว?!
รัชทายาทไปไหนกัน
อย่างไรก็ตามเขาก็ขอลาเรียบร้อยแล้วนี่ เช่นนั้นเขา…ก็ไปด้วย?
เซี่ยผิงกั่งก็ไม่ได้รอช้า รีบให้คนจูงม้าของเขามาให้
เซี่ยผิงกั่งแม้จะมีตำแหน่งไม่สูงในศาลตัดสินคดีแห่งนี้ แต่ก็ไม่มีใครกล้ามีปัญหากับเ