เซี่ยเฉียวก็หยิบเสื้อผ้าชุดหนึ่งออกมาก่อนจะมอบให้บ่าวรับใช้คนหนึ่ง แล้วให้เขาออกไปเปลี่ยนมาสวมมัน
บ่าวรับใช้คนนี้ผอมแห้งที่สุดในบ้านตระกูลเซี่ยแล้ว เขาดูเหมือนผู้ชายตัวเล็กๆ แต่อย่าดูถูกว่าเขาผ่ายผอม อันที่จริงแล้วเขาสู้เก่งมาก เขาจึงได้ถูกท่านพ่อและพี่ชายของนางเลือกกลับบ้านมา
“เจ้ากอดของพวกนี้ไว้ ระวังๆ หน่อยนะ พอเดินผ่านพวกที่ถือกระบองนั่น หากพวกมันคิดจะปิดล้อมเจ้าก็ให้ออกแรงวิ่งเลย วิ่งให้ไกลหน่อยยิ่งดี” เซี่ยเฉียวเอ่ย
ไม่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงผู้คนเป็นพิเศษ ขอแค่ให้แน่ใจว่าคนที่ไม่รู้เรื่องจะไม่โดนลูกหลงตอนที่ต่อสู้ก็พอแล้ว
เซี่ยผิงไหวรู้สึกมึนงงเล็กน้อย
เขาไม่เข้าใจว่าเซี่ยเฉียวกำลังทำอะไรอยู่
ส่วนเซี่ยเฉียวก็เหลือบมองมาที่เขา นางคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ปล่อยให้บ่าวรับใช้คนนั้นถอยออกไป แล้วเปลี่ยนมายัดห่อผ้าเข้าอ้อมอกของเซี่ยผิงไหวแทน “น้องไหว ข้ามีคนรู้จักคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในเพิงนั่น ข้าอยากให้เจ้าช่วยส่งของนี้ให้หน่อย…”
เซี่ยเฉียวเอ่ยพลางชี้ไปทางเพิงพัก “เจ้าเดินเข้าไปข้างใน ในแถวตรงข้างกำแพงเมืองนับไปถึงยี่สิบเป็นบ้านที่มีแถบผ้าขาวแขวนไว้ มีคนชรา ผู้หญิง และเด็กเล็กอยู่ด้วยกัน”
เซี่ยผิงไหวงุนงงเล็กน้อย “ทำไมท่านไม่ไปด้วยตัวเองเล่า”
“คนพวกนี้เป็นพวกที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติทั้งหมด ข้าเห็นแล้วรู้สึกเศร้าใจ” เซี่ยเฉียวเอ่ยช้าๆ
เซี่ยผิงไหวพยักหน้า
ก็จริง พี่หญิงใหญ่เติบโตมาในวัด น