ล้วก็รู้สึกว่าแม่นางน้อยคนนี้น่าจะไร้เดียงสาอยู่บ้าง เขาจึงอธิบายว่า “ภัยพิบัติหนูครั้งนี้น่ากลัวมาก ข้าน้อยเคยเห็นมาหนหนึ่งเมื่อหลายปีก่อนหน้านี้ พวกหนูเหล่านั้นปรากฏตัวเป็นฝูง ไม่กลัวว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืน ของต่างๆ ภายในบ้านไม่ว่าจะเป็นไม้ กระเบื้องหรือเครื่องปั้นดินเผาก็แทบจะถูกมันแทะกินจนหมด แม้แต่บ้านก็ยังรักษาไว้ไม่ได้ ไม่ต้องพูดถึงเป็ดไก่ วัวควาย แกะ และทุ่งนาเลย”
“ไร่นาที่ถูกหนูพวกนี้รุกรานซึ่งเกิดขึ้นในชั่วพริบตาจะไม่มีหญ้าขึ้น และหนูพวกนั้นก็ไม่กลัวคนจึงมีคนจำนวนมากที่ถูกหนูกัดจนตายอยู่เสมอ โชคดีที่ภัยพิบัติหนูครั้งนี้กินพื้นที่ไม่ใหญ่นัก ไม่เช่นนั้นราชสำนักจะต้องเดือดร้อนแน่ๆ จำนวนผู้ประสบภัยพิบัติที่อยู่นอกเมืองจะมีเพียงแค่นั้นหรือ”
ผู้ดูแลฉังทอดถอนใจ
“ช่วงนี้อากาศเริ่มหนาวขึ้นเรื่อยๆ ปีนี้ข้างนอก…อาจมีคนหนาวตายกันอีกไม่น้อย” ผู้ดูแลฉังกล่าวเสริม
“ในเมืองหลวงนี้น่าจะมีครอบครัวคนรวยไม่น้อยทำโจ๊กไปบริจาค ตอนที่ข้ามาเมืองหลวงก็เห็นมีเพิงแจกโจ๊กอยู่มากมายทีเดียว และยังมีคนบริจาคผ้าห่มด้วย แล้วจะมีคนหนาวตายมากมายได้อย่างไร” เซี่ยเฉียวถาม
ดูเหมือนว่าปีนี้จะมีผู้ประสบภัยไม่มากนัก พวกวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นก็น่าจะมีเพียงพอสิ
ผู้ดูแลฉังเหลือบไปมองข้างนอก เมื่อเขาเห็นว่าไม่มีใครมาจึงได้เอ่ย “หากพวกเขาได้รับของบริจาคมาก็จะถูกแย่งชิงไปทันที ไหนเลยจะได้ใช้”
“ถูกแย่งชิง” เซี่ยเฉีย