ยวเฉามากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ช้าก็เร็วคงต้องตาย
เซี่ยเฉียวบอกว่านางจะไปดูดอกไม้พวกนั้น แต่นางยังต้องรีบไปเข้าเรียนก่อน จึงได้ไปดูตอนเที่ยงแทน
สิ่งที่ทำให้เซี่ยเฉียวแปลกใจก็คือ ซย่าหย่าอวิ๋นยังกล้ามาอีก
บาดแผลบนใบหน้าของนางมีรอยแผลเป็น แม้จะไม่ใหญ่นักแต่ก็พอจะเห็นได้ว่าถูกงูกัด
“แย่จริงๆ ใครๆ ในสำนักศึกษาก็รู้เรื่องของซย่าหย่าอวิ๋นกันหมดแล้ว วันนี้ทุกคนต่างก็วิจารณ์เรื่องนี้กันทั้งนั้น…” ฉินหลิวถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย
นางถูกฮองเฮาไล่ออกจากวัง กระทั่งไม่ได้รับอนุญาตให้เหยียบเข้าไปในวังอีก ใครยังจะกล้าเล่นกับนางอีกเล่า!
“นางอาจจะยังคิดถึงเรื่องที่เดิมพันกับข้าไว้” เวลานี้เซี่ยเฉียวยังรู้สึกชื่นชมในความยึดมั่นของนาง
เรียกได้ว่า…ร่างกายพิการแต่ไม่ย่อท้อต่อโชคชะตา
นอกจากประโยคนี้แล้ว นางก็นึกคำอื่นที่จะมาบรรยายความ ‘ความกล้าหาญ’ ของซย่าหย่าอวิ๋นไม่ออกแล้วจริงๆ!
ฉินหลิวลังเลอยู่ครู่หนึ่ง หลังจากนางที่คิดๆ ดูแล้วก็เอ่ย “ท่านอาของซย่าหย่าอวิ๋นแต่งเข้าบ้านตระกูลเมิ่ง ข้าได้ยินมาว่าท่านอาของนางดูเหมือนจะต้องการจับคู่ซย่าหย่าอวิ๋นกับเมิ่งจี๋ฟัง ส่วนเมิ่งจี๋ฟัง…ก็รู้ว่าพวกเจ้ามีเดิมพันกันอยู่ ข้าได้ยินมาว่า เมิ่งจี๋ฟังพูดจาหยาบคายที่บ้านตระกูลซย่า…”
เซี่ยเฉียวมองนางอย่างสงสัย
นางมักจะรู้สึกว่าฉินหลิวดูเหมือนกำลังเป็นห่วงนางอยู่กระนั้น
เรื่องของซย่าหย่าอวิ๋นเกี่ยวอะไรกับนางด้วย
“เมิ่งจี๋ฟังเป็นพวกไม