ทุกคนต้องแสดงในวันนี้ก็คือ ความสามารถด้านวรรณศิลป์
ทุกคนจะต้องแข่งกันท่องกลอน
พวกนางแต่ละคนไม่ได้ดูเร่งรีบ แต่ความจริงแล้วพวกนางกำลังแย่งกันตอบ แต่คุณหนูผู้มีชาติตระกูลแต่ละนางต่างก็ยืนขึ้นคนแล้วคนเล่า ผลัดกันท่องวรรคทองจากกวีนิพนธ์อันล้ำค่า
ในแง่ของความสามารถ หญิงสาวจากเรือนหมู่ตันนั้นสามารถท่องบทกวีได้ดีกว่าคนของเรือนคงกู่
เซี่ยเฉียวไม่ได้มาเพื่อคัดเลือกนางสนมจริงๆ ดังนั้นนางจึงนั่งกินของว่างและชมคนอื่นแสดง
แม้ว่านางจะนั่งก้มหน้าก้มตาอยู่ก็จริง แต่กลับรู้สึกได้ถึงวิญญาณที่ลอยไปลอยมาวนเวียนอยู่รอบตัว
“ช่างเป็นสีที่ละเอียดอ่อนอะไรเช่นนี้…พวกเจ้าท่องบทกวีได้ ข้าก็ท่องได้…” วิญญาณตนนั้นบ่นพึมพำ จากนั้นก็แสดงสีหน้าผิดหวัง “ข้าท่องได้ไม่ดีเท่าพวกเจ้า…ดีไม่พอแน่สิ ใครใช้ให้พวกเจ้าเกิดมาสูงส่งกันเล่า พวกเจ้ามีอาจารย์คอยสอน มีแม่นมคอยชี้แนะ ส่วนข้าได้แต่คอยปรนนิบัติคนอื่น…”
“พวกเจ้าโชคดีจริงๆ…”
“ข้ายังไม่ทันได้ลิ้มรสสุรานี้เลยนะ เจ้าก็ดื่มเสียแล้ว ข้าล่ะเกลียดจริงๆ”
“…”
วิญญาณพวกนั้นลอยผ่านไปผ่านมา ไม่มีพิษภัยอะไร แค่ดูน่าตกใจเท่านั้น
“เซี่ยเฉียวตอนที่อยู่ในสำนักศึกษาเจ้าไม่ได้เข้าชมรมกวีใช่หรือไม่ กลอนที่คนอื่นกำลังท่องตอนนี้เจ้าฟังรู้เรื่องหรือไม่!” พอฝั่งโน้นเริ่มคึกคักเสียงดังขึ้นมา มีเสียงดังกลบ ซย่าหย่าอวิ๋นก็เริ่มเอ่ยกับเซี่ยเฉียวขึ้นมาอีกแล้ว
เซี่ยเฉียวหันหน้าไปมองนาง
“ชาติกำเนิดเ