รือตีมือ?”
หลูซื่อรู้สึกรับมือไม่ทันเล็กน้อย
การตอบสนองของเซี่ยเฉียวไม่เหมือนกับที่นางคาดไว้
แล้วท่านยายฟังก็ยิ้มเยาะ “คุณหนูของข้าเพิ่งจะฟื้นขึ้นมา ก่อนที่ฮูหยินจะมานางก็สลบไสลไปหนึ่งวันหนึ่งคืน ท่านในฐานะนายหญิงของบ้านเมื่อมาแล้วไม่ถามไถ่เรื่องอาการป่วยของนางก็ช่างเถอะ แต่หากท่านทำอะไรนางแม้แต่ปลายเล็บ หากเรื่องนี้เล็ดลอดออกไป ท่านก็เท่ากับเจตนาให้นางตาย! คุณหนูเป็นศิษย์สำนักศึกษาหลวง หากจู่ๆ นางไม่ไปเรียนเพราะป่วยและเจ็บตัวก็ต้องมีคนถามนั่นนี่อยู่แล้ว!”
เซี่ยเฉียวนั่งอย่างสงบ
ปล่อยให้นางทุบตีไป
หากวันนี้หลูซื่อกล้าลงมือจริงๆ ก็ต้องยอมรับนับถือในความใจกล้าของนาง และรอวันที่นางจะถูกหามออกไปจากบ้านนี้ได้เลย
ใบหน้าหลูซื่อแข็งค้างและจ้องมองท่านยายฟัง
“ใครจะไปรู้ว่าเจ้าพูดจริงหรือเปล่า ก็อยู่ดีๆ ทำไมถึงได้ป่วยไปเสียแล้ว! ตอนที่ข้ามาถึงเจ้ายังนอนอาบแดดอยู่เลย” หลูซื่อก้าวร้าวดุดัน
“นายหญิง ก่อนหน้านี้ต่างก็พูดกันว่าร่างกายของคุณหนูไม่ดี แต่บ่าวดูแล้ว คุณหนูใหญ่ก็ยังกินดื่มได้ปกติ ไม่ได้มีปัญหาอะไรนี่ อีกอย่าง…ถึงอย่างไรคุณหนูใหญ่ก็เป็นผู้หญิง แต่กลับไม่ค่อยอยู่กับบ้าน…”
“ไม่อยู่บ้าน” หลูซื่อตกตะลึง
“ขอรับ บ่าวกังวลความปลอดภัยของคุณหนูก็เลยให้คนคอยเฝ้าดูตรงประตูเข้าออกไว้ คืนก่อนคุณหนูใหญ่ไม่อยู่ เพิ่งจะกลับมาตอนเช้า” พ่อบ้านเอ่ย
หลูซื่อได้ยินเช่นนั้นก็ตื่นเต้นยินดี
แค่นี้ชื่อเสียงนางก็