ือติดตัวมีไม่มากแล้ว ยันต์พวกนั้นก็ไม่เหลือเลยสักแผ่น
เรื่องน่าตกใจของเมื่อวานและความเหน็ดเหนื่อยทำให้นางหายใจไม่ค่อยออก โดยเฉพาะเมื่อรถม้าโยกไปโยกมาเช่นนี้…ก็ยิ่งทำให้นางรู้สึกอึดอัดไม่สบาย
โชคดีที่ไม่นานนักนางก็มาถึงบ้านตระกูลเซี่ย เซี่ยเฉียวกลับเข้าบ้านทางประตูรอง เมื่อกลับไปถึงเรือนนางก็สั่งงานท่านยายฟังและชุนเอ๋อร์เล็กน้อย ก่อนจะเอนตัวลงนอนบนเตียง
เรือนของเซี่ยเฉียวเงียบสงบอย่างยิ่ง
เนื่องจากเซี่ยเฉียวได้บอกไว้ก่อนหน้านี้ ดังนั้นบ่าวทั้งสองจึงไม่กล้าทำเสียงดังมากนัก ได้แต่รอให้เซี่ยเฉียวตื่นขึ้นมาอย่างกระวนกระวายใจไม่สบายใจ
ทว่าเซี่ยเฉียวกลับหลับไปรวดเดียวถึงหนึ่งวันหนึ่งคืน
ตอนที่นางตื่นขึ้นมาใบหน้าของนางขาวซีดจนน่าตกใจ
ท่านยายฟังและชุนเอ๋อร์ตกใจอย่างแรง
“คุณหนู ให้ท่านหมอมาดูหน่อยดีไหมเจ้าคะ ท่านดูเหมือนจะไม่สบายมาก แล้วยังหลับไปนานขนาดนี้…” ท่านยายฟังมองเซี่ยเฉียวเหมือนกับมองหลานสาวของตนเอง
ถ้าหากเซี่ยเฉียวไม่ได้กำชับไว้ก่อนที่นางจะหลับไป นางคงนั่งไม่ติดนานแล้ว
นอกจากนั้น ตอนที่เซี่ยเฉียวนอนหลับไปนางก็คอยเฝ้าอยู่ข้างๆ ตลอด แม้จะรู้ว่านางสลบไสล แต่ก็ไม่ได้มีไข้ และลมหายใจก็มั่นคงอย่างยิ่ง นางจึงสามารถระงับความหวั่นวิตกและอดทนรอได้
“ข้าหิว” เซี่ยเฉียวเอ่ยอย่างน่าสงสาร
“มีข้าว! ข้าคอยอุ่นให้ร้อนอยู่บนเตาตลอด!” ท่านยาฟังรีบตอบรับ จากนั้นชุนเอ๋อร์ก็รีบวิ่งไปที่ห้องครัว พริบตาเดี