ทหรือ นี่มันมากเกินไปแล้วนะ ถึงกับมัดนางไว้อย่างนี้ หากอย่างนั้นพวกเราสิงร่างนางไปจะมีประโยชน์อะไรเล่า!”
“ต้องโทษเจ้าซื่อบื้อนั่นที่ไม่รู้จักหลบให้ดี กลับถูกรัชทายาทจัดการเสียอยู่หมัดเลย!”
“ตอนนี้จะเอาอย่างไรดีเล่า ยังจะสิงร่างนางไหม กว่าจะมีโอกาสดีๆ เช่นนี้สักที ข้ายังอยากกินขนมกุ้ยฮวาอยู่นะ!”
พวกวิญญาณต่างก็พากันน้อยอกน้อยใจ
ทั้งโกรธ ทั้งจนปัญญา
“สิงเลย เจ้าเด็กนี่รู้จักรักหยกถนอมบุบผา พวกเราด่าเขาทั้งคืน เขาก็ไม่กล้าทำอะไรเราหรอก!” วิญญาณตนหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างก้าวร้าว
เมื่อวิญญาณอื่นๆ ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกว่าคำพูดนี้มีเหตุผลเช่นกัน
จ้าวเสวียนจิ่งย้ายเซี่ยเฉียวกลับเข้าไปในห้องและให้นางนอนบนเตียง ในขณะที่เขานั่งที่โต๊ะริมหน้าต่าง จากนั้นก็ให้คนหยิบหนังสือมาให้ แล้วคอยเฝ้าด้วยความหมดอาลัยตายอยาก
“เจ้าเด็กบ้า ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ” ร่างของเซี่ยเฉียวร้องตะโกนออกมา “หากเจ้ายังไม่ยอมปล่อยข้า พอผ่านวันนี้ไปแล้ว พวกเราทั้งหมดจะคอยตามติดเจ้า แล้วสูบกินปราณมังกรอันนี้นิดจนน่าสงสารของเจ้าให้หมดเลย!”
จ้าวเสวียนจิ่งขมวดคิ้ว ปราณมังกรที่น่าสงสาร?
ปราณมังกรน้อยเกินไป? หรือว่าเขาใส่เลือดน้อยเกินไปกันแน่?
หากเขาเข้าวังไปยืมเลือดของท่านพ่อมาใช้ จะได้ผลดีกว่านี้หรือไม่นะ
สีหน้าเขาจริงจัง แต่ก็รู้สึกว่าการยืมเลือดไม่น่าจะเป็นไปได้ ยิ่งเสด็จพ่อเขามีอายุมากก็ยิ่งกลัวตาย ไม่ต้องพูดถึงเลือดที่จะเอามาชุบกระ