จ้าวเสวียนจิ่งเข้าไปในเรือน เขาก็เห็นเซี่ยเฉียวนั่งอยู่ข้างในอย่างไม่สำรวม ตรงหน้านางมีโต๊ะขนาดใหญ่ ที่วาง…ของว่างสิบกว่าอย่าง และอาหารที่สำนักศึกษาเตรียมไว้อีกจำนวนหนึ่ง
เซี่ยเฉียวถือขาหมูน่องใหญ่ไว้ในมือ นางกำลังเทเหล้าลงในชามให้ตัวเอง ปากมันเยิ้ม
ฉากนี้ทำให้จ้าวเสวียนจิ่งขมวดคิ้วมุ่นไม่คลาย
ไม่ค่อยเหมือนนางเท่าไร
เซี่ยเฉียวคนนี้…ทำอะไรพิถีพิถันเสมอ
แม้แต่ตอนที่ขุดศพในป่าตอนกลางคืน ท่าทางของนางที่เขาเห็นตอนนั้นยังสง่างามมาก ใบหน้านางยังประดับรอยยิ้มพอเหมาะพอควรอยู่เสมอ
เวลานี้ อืม เหมือนผู้ชายอกสามศอกมากกว่า
“พี่น้อง มากินด้วยกันไหม” ‘เซี่ยเฉียว’ เอ่ยปากแล้ว
หนังตาของจ้าวเสวียนจิ่งกระตุกทันที “พี่น้อง?”
“ข้ากำลังกังวลว่าจะไม่มีใครมาดื่มเป็นเพื่อนอยู่พอดี ดื่มคนเดียวมันน่าเบื่อ เจ้ามาสิ พวกเราดื่มกันสักจอก แค่จอกนี้เท่านั้น เวลาข้าเหลือไม่มากแล้ว เร็วๆ หน่อย” ‘เซี่ยเฉียว’ ใจร้อนอยู่บ้าง
จ้าวเสวียนจิ่งถือโอกาสนั่งลง ดวงตาเขาวาบแสงขึ้น “เจ้า…จำไม่ได้ว่าข้าเป็นใคร”
หากจำได้นางก็ไม่ควรพูดออกมาเช่นนี้
“ใคร” เซี่ยเฉียวขมวดคิ้ว “จะดื่มเหล้ายังต้องดูสถานะกันอีกหรือ ชักช้าเสียเวลา จะดื่มหรือไม่ดื่ม!”
ทันทีที่สิ้นเสียงเขาก็ยกดื่มอีกจอก
จ้าวเสวียนจิ่งสีหน้าเย็นชา นอกจากโจวเว่ยจงแล้วองครักษ์คนอื่นๆ ก็คอยอยู่ข้องนอกทั้งหมด
เขามองคนตรงหน้าอย่างเย็นชา “เจ้าไม่ใช่เซี่ยเฉียว เจ้าเป็นใคร!”
“…” วิญญ