าณชายตนนั้นตกใจทันที “รู้จักสิ…เจ้าบอกข้าแล้วก่อนหน้านี้…ข้า…เอิ๊ก!”
ทันทีที่เขาสะอึก วิญญาณก็ไม่มั่นคงและลอยออกไปโดยไม่ได้ตั้งใจ ในชั่วพริบตาวิญญาณผู้หญิงก็เบียดแทรกเข้ามา ชั่วครู่หนึ่งนัยน์ตาของนางดูงดงามมีเสน่ห์ขึ้นมา และมองจ้าวเสวียนจิ่งอย่างเขินอาย
“คุณชาย บ่าวรินเหล้าให้ท่านนะ?” เซี่ยเฉียวยิ้มน้อยๆ
โจวเว่ยจงตกตะลึงเมื่อเห็นฉากนี้ เขาจ้องมองเซี่ยเฉียวด้วยอาการนิ่งอึ้ง
ทำไมแม่นางเซี่ยครึ่งเซียนถึงได้มาท่าทางของสาวน้อยเอียงอายแบบนี้ได้!
ไม่ ไม่ใช่ท่าทางของสาวน้อย มันเป็นท่าทางที่ไม่ค่อยสง่างามนักของนางระบำ…
จ้าวเสวียนจิ่งจ้องมองนาง เซี่ยเฉียวที่อยู่ตรงหน้าเทเหล้าลงในจอกที่อยู่ตรงหน้าเขา หลังจากที่เทเหล้าเสร็จแล้ว มือขาวๆ นั้นก็วาดผ่านมือของเขาไป ร่างของเขาก็เกร็งขึ้นทันที สีหน้าของเขายิ่งดูไร้ความปรานีขึ้นอีกเล็กน้อย
“เจ้าก็ไม่ใช่เซี่ยเฉียว” น้ำเสียงของเขาเย็นชา
วิญญาณหญิงงามหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากอกเสื้อ บิดไปบิดมาเล็กน้อย “น่าเบื่อจัง คุณชายพูดอะไรเนี่ย…”
“วิญญาณเร่ร่อน?” จ้าวเสวียนจิ่งหัวเราะอย่างเย็นชา จากนั้นก็นำยันต์แผ่นหนึ่งที่เขาเคยซื้อมาจากเซี่ยเฉียวก่อนหน้านี้ออกมาจากอกเสื้อ แล้วลองเอ่ยหยั่งเชิง “ไม่รู้ว่าหากข้าเอายันต์นี่แปะไว้บนตัวเจ้า เจ้าจะยังหยอกล้อข้าได้อีกหรือไม่”
สีหน้าของวิญญาณหญิงงามแข็งทื่อไปทันที
แน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้ นางจะต้องถูกเตะออกไปในทันที แต่วิญญาณอื