ม่กล้าเอะอะส่งเสียงดังอะไรออกมา
โชคดีที่เซี่ยเฉียวเอ่ยปาก
ผ่านไปครู่หนึ่งบ่าวหญิงชราพวกนั้นก็ยกน้ำมา แล้วพวกเขาก็เตะประตูเปิดออก
เซี่ยเฉียวเองก็ติดตามเข้ามาดูด้วย
วิญญาณบัณฑิตพวกนั้นนั่งอยู่ที่โต๊ะและมองดูฉากตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม พวกเขาพัดลมเร่งไฟราวกับยังไม่พอ จนเวลานี้พวกหญิงสาวต้องหลบไปไกลๆ แม้ว่าพวกนางจะถอดเสื้อผ้าที่ถูกไฟไหม้ออกแล้วก็ตาม แต่ก็ยังรู้สึกตกใจอยู่
ทันทีที่บ่าวหญิงชราทั้งหลายพุ่งเข้ามา พวกนางก็ก้าวไปและเทน้ำลงในเตาไฟทันที เกิดเสียงดังเสียดหู
ควันดำลอยออกมาจากเตาถ่าน
ฉุนจนต้องสำลัก
เมื่อผู้ดูแลที่อยู่ด้านนอกได้กลิ่นนี้ก็ตกใจ “นี่คือถ่านเงินที่ดีที่สุด! จะมีกลิ่นแรงขนาดนี้ได้อย่างไร!”
เซี่ยเฉียวไม่มีทางเลือกอื่น นางจึงหยิบภาพวาดเทพเจ้าออกมาจากกระเป๋าเงินใบน้อย หลังจากที่คลี่ออกแล้วก็แปะลงบนประตู ทั้งๆ ที่บนนั้นไม่มีความเหนียวเลยแม้แต่น้อย แต่กลับติดแน่นกับประตู ลมพัดก็ไม่ขยับ
ทันทีที่ภาพวาดนี้ออกมาสีหน้าของวิญญาณบัณฑิตพวกนั้นก็เปลี่ยนไปทันที
เซี่ยเฉียวเคลื่อนไหวเร็วมาก นางเผายันต์หนึ่งแผ่นทันที น้ำยันต์อยู่ในปาก กระบี่ไม้ท้อขนาดเล็กอยู่ด้านหน้า ก่อนนางจะพ่นน้ำใส่กระบี่ไม้ กระบี่เปื้อนน้ำยันต์โบกสะบัดเบาๆ ก็ราวกับหยดน้ำมีดวงตาและปีกงอกออกมา พริบตาเดียวก็ตกลงไปบนร่างพวกเขา
ร่างวิญญาณมีความเจ็บปวดอย่างรุนแรงในบริเวณที่สัมผัสกับน้ำ
จึงพากันวิ่งหนีล้มลุกคลุกคลานไปทันที
ทันที