ท ฝีเท้าของนางก็ราวกับลอยได้
“เมื่อสักครู่ศิษย์พี่เพิ่งจะจับวิญญาณหรือ” จ้าวเสวียนจิ่งนึกถึงตอนที่เขาเห็นเซี่ยเฉียวส่งเจ้าแกะน้อยหลงทางลงดินไปก่อนหน้านี้
หากก่อนหน้านี้กระดูกพวกนั้นเป็นของลูกแกะ แล้วเมื่อสักครู่นี้คืออะไรอย่างนั้นหรือ
“วิญญาณนี้ถูกผนึกไว้ในเทียนไข เขาตายอย่างน่าสมเพช ความแค้นคับฟ้า ดังนั้นจึงไม่มีสติปัญญาใดๆ แล้ว บังเอิญที่นี่ถูกไฟไหม้ เขาจึงได้รับอิสรภาพ และออกมาได้ ก็เลยคิดจะฆ่าทุกคน แต่ศิษย์น้องไม่ต้องกลัวไปหรอก ข้าเก็บวิญญาณได้แล้ว พอกลับไปก็จะสวดมนต์ให้เขา นี่ก็ใกล้จะถึงเทศกาลส่งเสื้อผ้ากันหนาวแล้ว ไว้ค่อยส่งเขากลับไปเกิดใหม่” เซี่ยเฉียวยิ้มพลางเอ่ย
สีหน้าของนางเต็มไปด้วยความเมตตาเอ็นดู ท่าทางราวกับเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่งจริงๆ
จ้าวเสวียนจิ่งจึงแสร้งโง่ “ข้าเองก็รู้จักหญิงสาวที่สามารถจับวิญญาณได้ผู้หนึ่งมาสักพักแล้ว ได้ยินมาว่านางก็รู้จักศิษย์พี่ด้วย”
“เจ้ากำลังพูดถึงคุณหนู่ใหญ่ตระกูลเซี่ยใช่หรือไม่ ข้ารู้จักนาง อาจารย์ของนางกับข้านับได้ว่าเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องกัน แต่หญิงสาวผู้นี้เป็นคุณหนูมีชาติตระกูล นางก็ไม่ได้รู้อะไรมากหรอก” สีหน้าเซี่ยเฉียวยังคงไม่เปลี่ยนแปลง
“…” จ้าวเสวียนจิ่งหนังตากระตุก และลอบมองสำรวจนาง
เขาพยุงเซี่ยเฉียวมาตลอดทาง และเตรียมตัวที่จะขึ้นรถม้า
ก่อนที่จะขึ้นรถม้าเซี่ยเฉียวก็หันกลับมาพูดกับสามีภรรยาตระกูลเว่ยว่า “หลังจากที่พวกเจ้าทั้งสองกลับไปแล้