จึงไม่รู้ ขอแค่เป็นศิษย์ของเรือนหมู่ตัน พวกผู้ใหญ่ก็จะชอบใจอยู่บ้างไม่มากก็น้อย แน่นอนว่าพวกเราเองก็อยากที่จะโดดเด่นบ้าง แต่พวกเรือนหมู่ตันบางคนก็ดูถูกพวกเราเรือนคงกู่ ทุกครั้งที่พวกเราทำบุญก็จะต้องมีการแข่งขันระหว่างกันอยู่เสมอ ดังนั้น…ความรู้สึกที่เรามีต่อเรือนหมู่ตันจึงค่อนข้างซับซ้อน…”
ไม่เลื่อมใสเป็นเรื่องจริง คิดอยากจะไปเรือนหมู่ตันก็เป็นเรื่องจริงเช่นกัน
ก่อนหน้านี้เซี่ยเฉียวไม่คิดที่จะใกล้ชิดสนิทสนมกับใครในสำนักศึกษา นางเข้าเรียนที่สำนักศึกษามานานขนาดนี้แล้ว แต่ก็มีฉินหลิวเป็นเพื่อนแค่คนเดียวเท่านั้น
จากสถานการณ์ในวันนี้ แม้พวกฟังมู่เสวี่ยจะทำเพื่อหน้าตาของตัวเอง แต่พวกนางก็ยังนับว่าสุภาพกับเซี่ยเฉียวอยู่บ้าง
พวกนางไม่ได้ออกมาแสดงว่าสงสัยในตัวเซี่ยเฉียวตั้งแต่แรกก็นับว่าไม่เลวแล้ว
แต่อย่างไรก็ตาม เซี่ยเฉียวก็ไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจที่จะรู้สึกขอบคุณพวกนางแค่เพราะเรื่องเช่นนี้
ไม่ต้องเป็นปฏิปักษ์ต่อกันก็พอแล้ว
เซี่ยเฉียวไม่ได้แยแสสนใจ นางยังคงสงบนิ่ง และเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ในเมื่อข้าก็เป็นคนของเรือนคงกู่ ก็สมควรที่จะต่อสู้เพื่อเรือนคงกู่อยู่แล้ว เรื่องนี้พวกเจ้าวางใจได้ ต่อไปข้าก็จะไม่ทำเรื่องอะไรที่ทำให้เรือนคงกู่ต้องอับอายผู้คนเช่นกัน”
คำพูดของเซี่ยเฉียวนับได้ว่าเป็นการแสดงจุดยืนของนาง และนับเป็นการแสดงความปรองดอง
ฟังมู่เสวี่ยยิ้มแย้ม “อันที่จริงเรื่องราวก่อนหน้าน