ดดูแล้วข้าว่าคุ้มนะ” เซี่ยเฉียวยิ้ม
“ข้าก็คิดเช่นนั้น หากนางยังอยู่ต่อ แล้วแต่งงานไปในอนาคต เกรงว่าหลูซื่อคงจะยกทรัพย์สินหมดบ้านตระกูลเซี่ยเป็นสินเดิมให้นาง” น้ำเสียงเซี่ยผิงกั่งรังเกียจ
เขาดูถูกท่าทางอย่างคนใจแคบของหลูซื่อ
นางเพิ่งกลับมาบ้านได้ไม่นานเท่าไรเอง แต่เอาของโน่นนี่ไปให้เผยหว่านเย่ว์แล้วไม่น้อย
ในห้องของเซี่ยเฉียวกลับไม่ได้มีอะไรมากมายเช่นนั้น
กระทั่งว่าหากไม่ใช่เพราะเซี่ยเฉียวไม่ยอมให้คนอื่นเข้าไปในเรือนของนาง ไม่แน่ของของนางก็อาจมีน้อยกว่านี้อีก!
“พี่ชายใหญ่ ข้ายังรู้สึกไม่เป็นธรรมอยู่นะ…” เซี่ยผิงไหวเอ่ยแทรกทันทีก่อนจะรีบเอ่ยขึ้นอีก “แต่ข้าสำนึกผิดแล้ว”
“ข้าได้ยินมาว่าวันนี้เจ้าซื้อตั๊กแตนมาอีกคู่แล้ว” เซี่ยผิงกั่งแค่นเสียง
ไม่มีทางที่จะปกปิดเรื่องต่างๆ ในบ้านนี้ไม่ให้เขารู้ได้
ทันทีที่เขากลับถึงบ้านก็มีคนบอกเขาทันที
เซี่ยผิงไหวได้ยินดังนั้นก็หน้าซีดทันที “ข้าไม่ได้ซื้อนะ ท่านแม่ให้คนซื้อมาให้ข้าต่างหาก”
“เฮอะ อ้างท่านแม่อีกแล้ว มีครั้งไหนที่เจ้าซื้อของแล้วไม่อ้างว่าท่านแม่ซื้อให้บ้าง” เซี่ยผิงกั่งจ้องเซี่ยผิงไหวด้วยสีหน้าจริงจัง
“ไม่ใช่ข้าจริงๆ นะ” เซี่ยผิงไหวโอดครวญออกมาทันที
เซี่ยเฉียวเหลือบมองน้องชายของนางอย่างเห็นใจ
ในเมื่อพี่ชายใหญ่รู้ว่าเซี่ยผิงไหวซื้อของมา เขาย่อมต้องรู้ความเป็นมาของเรื่องนี้ด้วยแล้ว
เขาคงรู้สึกว่าน้องชายเขาทำอะไรผิดไป ก็เลยอยากจะสอนบทเรียนให้