ๆ
หยวนปินวิ่งหนีไปด้วยความอัปยศอดสู เขาไม่มีหน้าจะมองผู้คนอีกแล้ว แต่เมื่อเซี่ยผิงไหวรู้สึกได้ถึงสายตาอัศจรรย์ใจและชื่นชมจากผู้คนรอบข้าง เขาก็อดที่จะลอบมองเซี่ยเฉียวสักทีสองทีไม่ได้
เขามาเรียนที่สำนักศึกษานี้สองปีแล้ว สองปีมานี้เขาไม่ได้มีความก้าวหน้าในทักษะใดๆ ก็เลยต้องอยู่ที่เรือนไห่ถังมาโดยตลอด หลายคนหัวเราะเยาะเขาและน้องสาวของเขา คำพูดแย่ๆ เขาก็ได้ยินได้ฟังมาไม่น้อยแล้ว
นี่นับเป็นครั้งแรกที่คนอื่นจับจ้องมองเขา แต่ด่าว่าคนอื่น!
ความรู้สึกเช่นนี้แปลกจริงๆ!
หยวนปินช่างน่าเวทนา เขาต้องกลายเป็นคนที่ถูกด่าแทนเขา!
อีกอย่างพี่หญิงใหญ่ของเขาช่างน่าทึ่งจริงๆ นางยังชนะการเดิมพันที่แปลกประหลาดขนาดนี้มาได้
ดวงเซี่ยผิงไหวแอบส่องประกายราวกับเขาลอบเก็บดวงดาวอย่างลับๆ
“พี่หญิงใหญ่ ท่านดวงดีอะไรอย่างนี้!” พอคนแยกย้ายกันไปหมดแล้ว เซี่ยผิงไหวจึงอุทานออกมาจากใจจริง
“ข้าใช้ความสามารถ” เซี่ยเฉียวเงยหน้าขึ้นอย่างเคร่งขรึม นางดูจริงจังมาก
เซี่ยผิงไหวเห็นท่าทางเช่นนั้นของนางก็ยิ่งตื่นเต้น “พี่หญิงใหญ่ ท่าทางของท่านนี่หลอกคนได้ง่ายเหลือเกิน หากท่านไม่บอกชื่อเสียงเรียงนาม คนอื่นจะต้องคิดว่าท่านเป็นลูกผู้ดีตระกูลใหญ่เป็นแน่!”
“…” เซี่ยเฉียวกลอกตาเบาๆ
นางก็เป็นอย่างนั้นอยู่แล้วนี่
“จริงสิพี่หญิงใหญ่ ท่านลองเดาดูสิว่าเมื่อวานข้าไปพบใครเข้าที่ถนนสายหลักทางทิศตะวันออก…” เซี่ยผิงไหวมีท่าทางลึกลับ
เซี่ยเฉียวหันห