วกับยิ้มโง่ๆ ใส่กระดาษยันต์เหล่านั้น เขาจึงรู้สึกว่าคนคนนี้ผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด
เซียวอวี้หรงหน้าตาเคร่งขรึม
“เด็กโง่ เจ้าไม่รู้หรือว่ายันต์พวกนี้หายากแค่ไหน เจ้าลองดูภาพที่ขีดเขียนไว้บนนั้นสิ เมฆเคลื่อนน้ำไหลเกิดจากการตวัดวาดในครั้งเดียว หากเสียสมาธิเพียงเล็กน้อยก็ใช้การไม่ได้แล้ว เจ้าไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันเลยแล้วยังกล้าวิพากษ์วิจารณ์หยาบคาย กลับไปแล้วคัดลอก ‘หมิงซุ่น’ มาสิบรอบ พรุ่งนี้ตอนเย็นก่อนเลิกเรียนเอามาให้ข้าตรวจดู” เซียวอวี้หรงโมโหอย่างยิ่ง
“…” เซี่ยผิงไหวหนังตากระตุก
เขาจะต้องกราบคนอย่างนี้เป็นอาจารย์จริงๆ หรือ
เขาไม่มีเหตุผลเลย
“ท่านอาจารย์เซียว…ร้านนี้คงไม่ใช่ร้านของญาติท่านหรอกนะ” จู่ๆ เซี่ยผิงไหวก็คิดถึงความเป็นไปได้หนึ่งขึ้นมา “ข้าอยากจะเตือนท่านสักหน่อยว่าไปบอกให้ญาติท่านเปลี่ยนกิจการเถอะ ยันต์พวกนี้ไม่มีประโยชน์อะไรเลย การค้าต้องไปไม่รอดแน่ๆ”
อาจารย์เซียวถูกพูดแทงใจดำอีกครั้ง
เจ้าเด็กโง่นี่ทำไมถึงได้เป็นคนตาไม่มีแววเลยสักนิด
ศิษย์พี่คงไม่ได้ยินใช่หรือไม่ ถ้าหากศิษย์พี่มีความคิดเช่นเดียวกับเจ้าเด็กโง่นี่ ไม่ใช่ว่า..
อาจารย์เซียวหันหลังกลับทันที และเลิกสนใจเซี่ยผิงไหวโดยสิ้นเชิง
“ท่านอาจารย์เซียว เมื่อไรท่านจะรับข้าเป็นศิษย์ล่ะ แม้ว่าชื่อเสียงของข้าจะไม่ค่อยดีเท่าไร แต่ข้าก็ยังค่อนข้างฉลาดนะ หากต่อไปท่านต้องการจะไปทำธุระที่ใด ท่านเรียกหาข้าได้เลยรับรองได้เลยว่าในเม