ารถนำไปขายได้หรือจะนำไปกราบอาจารย์ก็ได้ แต่ตอนนี้กลับหายไปแล้ว
คิดไปคิดมาก็เริ่มมีโมโห
“เขามันก็แค่ขยะ ใช้การอะไรไม่ได้เลย แม้จะเขียนสัญญานี่ออกมาก็ทำอะไรไม่ได้หรอก คงจะกราบท่านอาจารย์เซียวนั่นสำเร็จอยู่หรอก?” เซี่ยผิงกั่งน้ำเสียงรังเกียจเดียดฉันท์
สัญญานี้ก็แค่สามารถกดขี่เจ้าเด็กโง่นี่ได้นิดหน่อยเท่านั้น
“พี่ชายใหญ่ ในเมื่อหยกก็หายไปแล้ว พวกเรามามัวซักถามอยู่ก็ไม่มีประโยชน์หรอก หากท่านคิดจะให้น้องชายไปหากราบอาจารย์ก็พอจะมีวิธีอื่น” เซี่ยเฉียวเอ่ย
“วิธีไหน หรือจะใช้หนังสือสัญญานี่?” เซี่ยผิงกั่งขมวดคิ้ว
เซี่ยเฉียวเอ่ย “การนำหยกไปกราบอาจารย์เป็นวิธีปกติธรรมดา ตอนนี้ไม่มีหยกแล้ว หากคิดจะกราบอาจารย์ก็ต้องใช้ความจริงใจ หากน้องชายคิดจะไปกราบใครเป็นอาจารย์ก็แค่ขอร้องเขาก็เท่านั้น บางที…เขาอาจจะซาบซึ้งขึ้นมา ยินดีรับเขาเป็นศิษย์ก็ได้”
“ยินดีรับเขา?” เซี่ยผิงกั่งส่ายหน้า
อาจารย์คนไหนที่รักความสงบคงไม่ชอบคนแบบเซี่ยผิงไหวหรอก
ไม่ใช่ว่าเขาจะดูถูกน้องชายของตัวเอง แต่ว่าพูดยาก…จริงๆ
ตอนเด็กนี่ยังเล็กแม้เขาจะดื้อด้านไปบ้าง แต่ก็ยังถือว่ารู้ความ อีกอย่างตอนที่อยู่บนภูเขา แม้ว่าเขาจะสร้างปัญหามากแค่ไหน ก็ยังสามารถควบคุมได้ ทว่าหลังจากที่มาถึงเมืองหลวงแล้ว เขาก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป
เขาใช้เงินในมืออย่างกับก้อนหิน คิดจะโยนทิ้งก็โยน พออายุสิบกว่าปีก็ไปกล้าไปเที่ยวหอโคมเขียวแล้ว
เขาเองยังไม่เคยไปหอโคมเขียวเ