ขาจะได้ไม่ตกใจจนเป็นบ้าไป
“แล้วครอบครัวของเจ้ามีใครบ้าง ถ้าหาก…เกิดอะไรขึ้นมา เจ้าคิดว่าข้าควรจะชดเชยให้พวกเขาเท่าไรจึงจะเหมาะสม” เซี่ยเฉียวเอ่ยขึ้นอีก
“…” ฉังถงหนังตากระตุกทันที
เขามาที่นี่เพื่อดูแลร้านไม่ใช่หรือ
เซี่ยเฉียวอดไม่ได้ที่จะคำนวณตัวเลขในใจ ในที่สุดนางก็หยิบยันต์ที่พกติดตัวออกมาหนึ่งแผ่นแล้วส่งให้เขา “เจ้าพกยันต์นี่ติดตัวไว้ มันให้ผลที่ไม่เหมือนพวกนั้นที่เอาไว้ขาย ดีกว่าหน่อย”
“…” ฉังถงหนังตากระตุกอีกแล้ว
สมแล้วที่เป็นผู้วิเศษ ของขวัญที่ให้เมื่อพบหน้ากันครั้งแรกไม่เหมือนคนอื่นจริงๆ
คนทั่วไปชอบให้เงินกันทั้งนั้น
โชคดีที่เขาไม่ใช่คนละโมบเมื่อเห็นเงิน เวลานี้จึงรับของไว้ด้วยความยินดี
“อีกสามวันให้หลังพวกเราจะเปิดร้านกัน ตอนที่เปิดร้านข้าจะกลับมาอีกที ในบัญชีมีเงินเหลืออยู่นิดหน่อย เจ้าลองดูหน่อยว่าในร้านมีตรงไหนต้องซ่อมแซมปรับปรุงบ้าง จริงสิ ร้านนี้ยังรับจับวิญญาณด้วย ถ้าหากมีคนเห็นภูติผีวิญญาณก็อย่าลืมส่งนกพิราบให้ข้าล่ะ”
เมื่อฉังถงได้ยินคำนี้เขาก็อึ้งไปทันที
ผู้วิเศษ ยังจับ…ภูติผีวิญญาณ?!
นั่นไม่ใช่เรื่องโกหกหลอกหลวงหรอกหรือ…
ทว่าฉังถงไม่กล้าพูดออกไป เขาได้แต่พยักหน้ารับคำ
เซี่ยเฉียวพึงพอใจคนดูแลร้านคนนี้มาก ทั้งที่นางขายของแปลกๆ แบบนี้ แต่ผู้ดูแลร้านคนนี้ยังนิ่งอยู่ได้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขามีสภาพจิตใจที่ดี แม้เขาจะมีอายุสี่สิบห้าสิบปีแล้ว แต่ยังดูแข็งแรง พลังหยางในตัวเข