แต่ก็กระเด็นลงไปกองอยู่บนพื้น ทำเอานางตกใจจนหน้าซีดไปหมด และไม่กล้าเข้าใกล้ม้าอีกเลย!
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเห็นเซี่ยเฉียวยืนอยู่ตรงนั้นด้วยรอยยิ้มบางๆ อันงดงาม ขณะมองมายังนาง…
พริบตานั้นนางรู้สึกท้อแท้สิ้นหวังราวกับบ่าวรับใช้คนหนึ่ง!
“เซี่ยเฉียว เจ้าเลิกยิ้มอ่อนโยนอย่างนี้ได้ไหม ลองดูคนที่เขากำลังโกรธอยู่ข้างๆ นั่นสิ นางก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน ทำไมต้องไปกวนประสาทนางด้วยเล่า” เมิ่งจี๋ฟังหยอกล้อนาง
สายตาของซย่าหย่าอวิ๋นราวกับจะฆ่าคนได้อย่างนั้น ต่อให้เป็นคนโง่แค่ไหนก็ยังมองออก
หากเป็นเขา เขาก็โกรธเหมือนกัน!
“เจ้าไม่เข้าใจหรอก นี่เป็นลักษณะของผู้วิเศษน่ะ” เซี่ยเฉียวเอ่ยเนิบช้า
“ลักษณะของผู้วิเศษ?” เมิ่งจี๋ฟังอดพ่นลมออกจากปากไม่ได้ “พอที เจ้าโม้เก่งเสียยิ่งกว่าข้าอีก พวกเราถูกอาจารย์ไล่มาที่นี่แล้ว ยังจะเป็นผู้วิเศษมาจากไหนได้อีก”
“เจ้าไม่เข้าใจ” เซี่ยเฉียวรั้นอย่างยิ่ง
บทเรียนแรกที่นางสอนท่านอาจารย์ของนางก็คือการรักษาความสง่างามเอาไว้ทุกที่ทุกเวลา
ในฐานะที่เป็นคนครึ่งเซียน หากทำตัวน่าสังเวชอยู่เสมอ แม้จะมีความสามารถเก่งกาจเพียงใดก็จะไม่ได้รับความเชื่อถือศรัทธาจากผู้อื่น
เมื่อได้ยินเซี่ยเฉียวพูดอย่างนั้นเมิ่งจี๋ฟังก็รู้สึกอารมณ์ขุ่นเคืองเล็กน้อย แม่นางผู้นี้ทำให้คนรู้สึกไม่พอใจไม่น้อย ทำตัวราวกับผู้อาวุโสที่ต้องแสดงท่าทางให้คนอื่นเข้าใจยากคาดเดาไม่ได้
อย่างไรก็ตาม นางก็ค่อนข้างลึกลับน่