ดมา เขาก็พูดขึ้นอย่างสุภาพ “แม่นางเซี่ย เหตุใดเจ้าม้านี่จึงเชื่อฟังเจ้าขนาดนี้ล่ะ”
เซี่ยเฉียวยังคงไม่ส่งเสียงตอบใดๆ
“เซี่ยเฉียว” เมิ่งจี๋ฟังเลิกคิ้ว
เซี่ยเฉียวลุกขึ้นยืน ทำให้ม้าลุกขึ้นตามด้วย จากนั้นก็ยกถังน้ำขึ้นมาราดลงไปอีกหนึ่งรอบ เป็นอันเสร็จสิ้นการอาบน้ำม้าหนึ่งตัว
ทั้งหมดใช้เวลาเพียงไม่นาน
“เมื่อวานช่วงบ่ายข้าพบกับพี่ชายเจ้าด้วยล่ะ! เห็นเขาสืบคดีอย่างเหน็ดเหนื่อยยังเชิญเขาให้ดื่มสุราด้วยกันอยู่เลย” เมิ่งจี๋ฟังหน้าด้านตีสนิท
เขาไม่ได้โกหก แต่ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น
เซี่ยผิงกั่งลูกคนโตของเซี่ยหนิวซาน ลือกันว่าเป็นชายที่กล้าหาญชาญชัยที่สุดในเมืองหลวง ตอนอายุสิบกว่าปีก็สามารถฆ่าคนเถื่อนได้แล้ว ว่ากันว่าพวกมันเห็นเขาเข้าก็ตกใจจนต้องวิ่งหนีราวกับเห็นผีก็ไม่ปาน
คนเช่นนี้ ชายหนุ่มเลือดร้อนคนไหนก็อยากจะเห็นเขาสักครั้ง
เขาเองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
เขาเคยเห็นเซี่ยผิงกั่งเมื่อนานมาแล้ว แต่ก็คิดว่านอกจากความสูงแล้วก็ไม่ได้เก่งกาจอะไร ดังนั้นเมื่อเห็นเซี่ยผิงกั่งนำคนไปสืบคดีที่เหลาสุราในช่วงพลบค่ำเมื่อวานนี้ จึงจงใจเยาะเย้ยเขาโดยให้เสี่ยวเอ้อส่งไหสุราที่ถูกที่สุดไปให้
เดิมทีเขาคิดจะแกล้งเซี่ยผิงกั่ง แต่นึกไม่ถึงว่าเซี่ยผิงกั่งจะดื่มมันจนหมด หลังจากดื่มหมดแล้วก็ยังขอบคุณเขาอย่างใจเย็น โดยให้ของว่างอร่อยๆ แก่เขาตอบแทนมาหนึ่งจาน!
นี่กลับกลายเป็นว่าเขาดูเหมือนคนถ่อยไปเสียอย่างนั้น
อย่างไรก็ตามเ