ระโยชน์” คำพูดของเซี่ยผิงกั่งตรงไปตรงมา แต่ก็อยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริง
เซี่ยผิงไหวไม่รู้ความ แต่ก็เป็นเด็กฉลาด ถ้าหากมีคนคอยสอนจะต้องพัฒนาขึ้นได้แน่
แต่เซี่ยซีต่างออกไป นางซื่อ…โง่
หากใช้หยกชิ้นนี้แลกเปลี่ยนกับอาจารย์จริงๆ เกรงว่าอาจารย์คงจะร้อนใจตายด้วยความโง่เขลาของนาง นางจะทำให้คนอื่นขุ่นเคืองเสียเปล่าๆ
“ข้าไม่เอา! พี่ใหญ่! ทำไมท่านไม่ให้พี่หญิงรองล่ะ พี่หญิงรองก็อยากไปเรียนที่สถานศึกษาหลวงนี่ แค่มีของนี่ก็ได้แล้วไม่ใช่หรือ ไม่ต้องใช้เงินด้วยซ้ำ!” เซี่ยผิงไหวตะโกนอย่างรวดเร็ว
เซี่ยผิงกั่งตกตะลึง
แทบอยากจะเตะหน้าผากของเซี่ยผิงไหว
เด็กโง่นี่!
“พี่หญิงรองอะไรของเจ้า นางเข้าลำดับวงศ์ตระกูลแล้วหรือ” เซี่ยผิงกั่งขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน “เผยหว่านเย่ว์ไม่มีของนี่ นางยังคงเรียนได้อย่างดีที่สำนักศึกษากู่หลัน อย่างนางเข้าเรียนที่นี่ไม่ได้ก็ไม่นับว่าแย่อะไร แต่หากเจ้าไม่มีของนี่ อยู่ที่สำนักศึกษาต่อไปก็เป็นได้แค่คนไร้ประโยชน์!”
จะเหมือนกันได้หรือ!
เขาก็ไม่ใช่คนขี้เหนียวอะไร
ไม่ได้ห้ามไม่ให้เผยหว่านเย่ว์ใช้เงินไปเข้าเรียน
เพียงแต่นางไม่ได้เป็นพี่น้องร่วมมารดาเดียวกับเขา ทั้งยังไม่ใช่น้องสาวที่เขาคอยดูแลมาจนเติบใหญ่ จะให้เขามาคิดโน่นคิดนี่เพื่อเด็กสาวคนนั้นย่อมเป็นไปไม่ได้แน่นอน!
อย่าแม้แต่จะคิด!
“ตอนนี้ข้าก็ค่อนข้างดีอยู่นะ!” เซี่ยผิงไหวต่อต้านขัดขืนเต็มที่
“เอาไม่เอา? หือ?” น้ำเสียงของเซี่ยผิงกั่ง