ญญาณน้อยๆ ปรบมือ
เจ้าปรบที ข้าปรบที เด็กน้อยนับไม่ถ้วนเล่นด้วยกัน
เซี่ยเฉียวเดินไปอย่างมึนงง
“แม่นางเซี่ย” สักพักก็มีเสียงผู้ชายดังขึ้นจากด้านหน้า
เป็นน้ำเสียงที่คุ้นเคย เซี่ยเฉียวไม่จำเป็นต้องเงยหน้ามองก็รู้ได้ว่าเป็นองค์รัชทายาท นางจึงทำความเคารพตามแบบอย่างของสำนักศึกษา จากนั้นจึงเอ่ย “เซี่ยเฉียวมาพบเพื่อขอบพระทัยฝ่าบาท”
เมื่ออยู่ในสำนักศึกษาก็ไม่จำเป็นต้องใส่ใจเรื่องการเรียกชื่อมากเกินไป
หากเป็นยามที่รัชทายาทกำลังเรียนหนังสือ เซี่ยเฉียวก็อาจจะแค่เรียกชื่อเขา ซึ่งก็ไม่ถือว่าผิดกฎแต่อย่างใด
จ้าวเสวียนจิ่งเห็นนางเอาแต่ก้มหน้าก็เอ่ยถาม “ร่างกายแม่นางเซี่ยเป็นอย่างไรบ้างแล้ว”
“ก็ดีเพคะ” เซี่ยเฉียวพูดอย่างไม่ใส่ใจ
องครักษ์โจวหนังตาเต้นกระตุกแล้ว คำพูดของแม่นางผู้นี้น้อยไปหน่อยหรือเปล่า
การพูดคุยกับนางช่างทำให้รู้สึกหนาวเหน็บจริงๆ!
“วันนี้ที่ข้าเชิญแม่นางเซี่ยมาพบ หลักๆ แล้วก็เพราะมีเรื่องหนึ่ง” จ้าวเสวียนจิ่งกลับพูดตรงๆ “ก่อนหน้านี้แม่นางเซี่ยเคยทำนายชะตาให้ลูกน้องของข้าคนหนึ่ง ดูเหมือนว่ารอบกายเขามีสิ่งสกปรกอะไรใช่หรือไม่ ไม่ทราบว่าแม่นางเซี่ยจะไปพบเขาสักครั้งได้หรือไม่”
เซี่ยเฉียวได้ยินดังนั้นก็เงยหน้าขึ้นด้วยความประหลาดใจ “คนคนนั้นยังไม่ตายอีกหรือ”
องครักษ์โจวหนังตากระตุกทันที
จ้าวเสวียนจิ่งเองก็ชะงักไปครู่หนึ่ง
มนุษย์บนโลกใบนี้แม้ไม่ใช่คนดีก็จะต้องแสดงความดีออกมาบ้าง
แต่เซี่ยเฉียว