็กน้อย
แต่นังหนูนี้ไม่รู้ความ รัชทายาทยังอยู่ที่นี่ด้วย แต่นางกลับกระซิบกระซาบอย่างเสียมารยาท นางถูกลงโทษก็สมควรแล้ว
อาจารย์จู้แก้ไขคะแนนของนาง
แล้วจึงเรียกคนต่อไปเข้าทดสอบ
ในเมื่อมีบทเรียนให้เห็นเป็นตัวอย่างแล้ว พวกเด็กสาวจึงนิ่งเงียบและประหม่ามากขึ้น ทุกสีหน้าและการกระทำพยายามทำเต็มที่เพื่อให้ได้ตามข้อกำหนด
ทันใดนั้นการแสดงของพวกนางก็ดีขึ้นอีกระดับจริงๆ
“คนต่อไป เซี่ยเฉียว” อาจารย์จู้เอ่ยขึ้น ราวกับนางกลัวว่าอาจารย์ท่านอื่นจะลำเอียงโดยพิจารณาจากนักเรียนที่แสดงได้เยี่ยมยอดก่อนหน้านี้จึงเอ่ยเสริม “แม่นางเซี่ยเพิ่งจะมาเรียนที่สำนักศึกษา เพลงกระบี่ชมจันทร์นี้นางเพิ่งจะได้ดูไปไม่กี่รอบ”
จ้าวเสวียนจิ่งเงียบไม่ได้พูดอะไร
สีหน้าท่าทางของเขาราวกับไม่รู้จักเซี่ยเฉียวมาก่อน
เซี่ยเฉียวลุกขึ้นยืนช้าๆ นางจัดเสื้อผ้าก่อนจะเดินขึ้นไปอย่างไม่รีบร้อน
แม้นางจะไม่ได้อ่อนแออย่างกับใบหลิวลู่ลมเช่นนั้น แต่แค่มองแวบแรกก็รู้ได้ว่าร่างกายของเด็กคนนี้ไม่ได้ดีเท่าไหร่ พวกอาจารย์ต่างก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว
ดูข้อมือเล็กๆ นั่นสิ จะกวัดแกว่งกระบี่ได้หรือ
อย่าทำให้ตัวเองหักไปเสียก่อนนะ
เซี่ยเฉียวยกกระบี่ขึ้นมา
ปลุกพลัง
นางสวมชุดเครื่องแบบของสำนักศึกษา เข็มขัดรอบเอวของนางส่องแสงระยิบระยับ
ทันใดนั้น ในมือถือดาวหกแฉก ใต้เท้าเหยียบรอยเท้าเซียน
กระบี่ดุจดั่งมังกรเหินที่ฉวัดเฉวียนไปมาในมือของนาง กลิ่นหอมอ่อนๆ จากร่างข