“เป็นอย่างไรล่ะ ไม่มีอะไรจะพูดแล้วสิ คนอย่างเจ้าข้าเจอมามาก ไม่ต่างอะไรกับสาวใช้ที่ไม่รู้ความในบ้านของข้า ทั้งที่ตัวเองเกิดมาเป็นบ่าวรับใช้ กลับเพ้อฝันอยากจะเป็นนายคนบ้าง ต่อให้ทำได้แล้วอย่างไร ความต่ำต้อยที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิดน่ะแก้กันไม่ได้หรอกนะ!”
เซี่ยเฉียวหนังตาเต้นกระตุกทันที
เกรงว่าวิถีเต๋าในใจนางจะถูกทำลายลงเสียแล้ว
เพราะว่า…
นางทนไม่ไหวแล้วจริงๆ!
“ก็ไม่รู้ว่ามีลมประหลาดอะไรพัดเอากลิ่นเหม็นๆ นี่มา” เซี่ยเฉียวเงยหน้าและพูดขึ้นช้าๆ “อย่างไรคือต่ำ ในความเห็นของข้า ปากอย่างใจอย่างคือต่ำ มีความชั่วในใจคือต่ำ การพูดให้ร้าย ความโลภ และริษยานั้นยิ่งต่ำ ข้าถามตัวเองแล้วว่าข้าไม่มีแม้สักข้อหนึ่ง แม่นางซย่า เจ้าล่ะคิดว่าว่าตัวเจ้าเองต่ำเพียงไหน”
“เจ้าไม่จำเป็นต้องยอมรับหรอก ต่ำหรือไม่ ข้ามีตาดูได้เอง” เซี่ยเฉียวเอ่ยอีก
พอพูดจบนางก็ก้าวเท้าเดินไปทางด้านขวา
นางไปยืนอยู่ท่ามกลางคนที่ลงชื่อพวกนั้น จากนั้นจึงเอ่ยกับอาจารย์ว่า “ท่านอาจารย์ ข้าไม่เคยเห็นเพลงกระบี่ชมจันทร์มาก่อน แต่ในเมื่อต้องการทดสอบ คนเยอะๆ ก็คึกคักดี ขอให้ท่านอาจารย์สอนข้าสักครั้ง ข้าก็จะเรียนและแสดงตอนนี้เลย”
ท่านอาจารย์ชะงักไปเล็กน้อย “เจ้าจะลงชื่อ?”
“ใช่เจ้าค่ะ จะได้ไม่มีพวกคนต่ำๆ ที่มักมองข้าด้วยเจตนาร้าย หากพวกนางแค่คิดในใจ ไม่ได้ทำอะไรข้าก็ไม่เป็นไร แต่พวกนางมักจะชอบสร้างปัญหา ทำให้ข้าหงุดหงิดรำคาญใจ”
“พอข้าหงุดหงิ