้าไม้ไผ่ “นี่คือยันต์ป้องกันตัวและกระจกคุ้มภัย พกติดตัวไว้ มีวิธีนี้เท่านั้นที่จะพอช่วยได้”
จ้าวเสวียนจิ่งหยิบของสองชิ้นขึ้นมาดู
กระดาษยันต์พับเป็นสามเหลี่ยมเล็กๆ มีกลิ่นคล้ายธูปติดอยู่ กลิ่นที่คล้ายกับกลิ่นกายของหญิงผู้นี้
ส่วนกระจกโลหะมีขนาดประมาณฝ่ามือหนึ่งจึงแขวนติดตัวได้
ไม่อาจรู้ได้ว่าจะคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายหรือไม่ จ่ายเงินไปแล้วอย่างไรก็คงต้องลองดู
จ้าวเสวียนจิ่งกำลังจะเอ่ยขอบคุณ แต่เซี่ยเฉียวพูดขึ้นเสียก่อน “ไม่มีเงินใดสำคัญมากกว่าชีวิตท่าน”
จ้าวเสวียนจิ่งสบตากับเซี่ยเฉียวขณะเก็บของเหล่านี้ไว้ในอกเสื้อ
“แม่นางเซี่ยนับว่าเจ้าอารมณ์ทีเดียว” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยยิ้มๆ
บอบบาง ขี้งก แต่ก็ฉุนเฉียวง่าย
ที่ไม่อยากยุ่งด้วยนักไม่ใช่เพราะรูปโฉมของนาง แต่เป็นเรื่องของอารมณ์มากกว่า
คล้ายกับแมวป่า ถึงจะดูน่าสงสารและบอบบาง แต่กรงเล็บกลับแหลมคมอย่างมาก
“คุณชายดูไม่ค่อยพอใจข้า” เซี่ยเฉียวเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ แหงนหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตามองออกไปนอกรถม้า หยิบพัดขนนกขึ้นมาพัดเบาๆ
หน้าไม่แดง หายใจปกติ ราวกับอาการป่วยหายเป็นปลิดทิ้งแล้ว
จ้าวเสวียนสังเกตเห็นกระดิ่งทองคำใบเล็กแขวนอยู่บนข้อมือของครึ่งเซียน
แม้จะไม่มาก แต่ก็ทำให้รู้สึกรำคาญ
ข้อมือขาวราวกับหยกแกว่งไปมา น่าหงุดหงิดไม่เบาเลย
เขาจึงเบนสายตาไปมองทางอื่น
เข้าใกล้เมืองสือฝั่งแล้ว
คนของเขาควรพักผ่อนดีๆ ในเมืองบ้าง
เดิมเขาควรไปส่งนางยังโรงเตี๊ยม แต่