“พรุ่งนี้นำตัวนางส่งให้ทางการ” กล่าวน้ำเสียงราบเรียบ
แม่นยำหรือไม่ก็ไม่สำคัญอะไร เด็กผู้หญิงมาอยู่กลางป่าเขาดึกดื่นเช่นนี้ต้องได้รับบทเรียนเสียบ้าง
จะได้รู้จักหลาบจำ
“…” เซี่ยเฉียวเลิกคิ้ว
จะส่งตัวนางให้ทางการรึ ไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้ยินเช่นนี้ นางจึงไม่ได้นึกกลัวอะไร
หากพรุ่งนี้ต้องถูกส่งตัวให้ทางการ คืนนี้ย่อมต้องพักผ่อนให้เพียงพอ หลังจากขุดดินมาทั้งวัน รู้สึกปวดแขนมากทีเดียว
เซี่ยเฉียวพอใจไม่น้อยที่ได้ขดตัวนอนอยู่ในกระโจมหลังนี้ ได้พักผ่อนเสียที
ที่ด้านนอก หัวหน้าองครักษ์มองฉินจื้อเล็กน้อย เอ่ยว่า “เจ้าอยากเขียนจดหมายไปถามครอบครัวดูหรือไม่”
“พี่ใหญ่โจว ท่านเชื่อที่หญิงผู้นั้นพูดจริงๆ หรือ” ฉินจื้อยิ้ม
“ข้าก็โตมาป่านนี้แล้ว ใครเป็นพ่อข้า ข้าจะไม่รู้จริงๆ หรือ ที่บอกว่าข้าจะตกบ่อน้ำตาย เราอยู่กันแต่ในป่าทั้งวันทั้งคืน มีบ่อน้ำที่ไหนกันเล่า แม่นางผู้นั้นยังอายุน้อยอยู่เลยแต่กลับโกหกเก่งเสียแล้ว ถึงจะรูปร่างหน้าตาดี แต่ไม่แปลกหรือที่นางเรียกตัวเองว่าครึ่งเซียนน่ะขอรับ?”
“เจ้าไม่คิดหรือ…ที่นางบอกว่ามีฮ่องเต้คอยช่วยเหลือ…” องครักษ์โจวขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ก็พูดไปอย่างนั้น” ฉินจื้อพยักหน้า “นางต้องผ่านโลกมาบ้างไม่มากก็น้อย พี่ใหญ่โจว ท่านคิดว่าในหมู่พวกเรา ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดไม่ใช่คุณชายแล้วจะเป็นผู้ใด แน่นอนนางย่อมต้องพูดจาดีๆ เพื่อเอาใจน่ะสิขอรับ”
สิ่งที่กล่าวมา ฟังดูสมเหตุสมผลทีเดียว
จ้