กคนธรรมดาก็ไม่ได้คิดลึกซึ้งไปกว่านั้น“ในเมื่อเป็นสหายจากเมืองหลวง น้องเก้าก็เลยเชิญเขามาทานอาหารที่ถนนการค้านี้หรือ?”ขณะที่กล่าว เขาก็เหลือบมองร้านหม้อไฟที่อยู่ไม่ไกล แล้วส่ายหัวอย่างจนปัญญา
“จุ๊ ๆ …ถึงเวลาอาหารแล้ว การหาร้านทานอาหารบนถนนการค้าแห่งนี้ช่างยากเย็นจริง ๆ …”ค าพูดนี้กลับปลุกความอยากรู้อยากเห็นของหนานอวี่ขึ้นมา“หรือว่าคุณชายเก้าจะต้องเข้าแถวเพื่อทานอาหารแม้จะอยู่ในเขตปกครองของตัวเองด้วย?”ก่อนที่โม่จิ่วเยี่ยจะได้ตอบ โม่ชูหานก็รีบพูดขึ้นมา“นี่เป็นกฎที่น้องเก้าและภรรยาของเขาตั้งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม หากต้องการทานอาหารหรือซื้อของในเขตปกครองก็จะต้องเข้าแถว แม้แต่พวกเขาเองก็ไม่มีสิทธิพิเศษใด ๆ”หนานอวี่ทอดสายตาส ารวจไปยังโม่จิ่วเยี่ยโม่จิ่วเยี่ยอธิบายว่า “ไม่มีกฎเกณฑ์ย่อมไม่มีความเป็นระเบียบหากต้องการให้เกิดความเป็นระเบียบที่ดี ทุกคนต้องท าตาม โดยเริ่มจากตัวข้าเองก่อน”หนานอวี่พยักหน้าเห็นด้วย “กล่าวได้ดียิ่งนัก ไม่มีกฎเกณฑ์ย่อมไม่มีความเป็นระเบียบ เรารับเอาไปใช้แล้ว”เขาพลั้งปาก ถึงกับเผลอเรียกตัวเองว่า ‘เรา’ ออกมาโม่ชูหานไม่ปล่อยผ่านค าเรียกตัวเองนี้ไป เขาเบิกตากว้าง จ้องมองหนานอวี่อยู่นาน
หนานอวี่ใช้ก ามือจรดริมฝีปากกระแอมเบา ๆ เป็นสัญญาณให้โม่จิ่วเยี่ยรีบช่วยแก้ไขสถานการณ์ให้เขา“พี่แปด อย่าเพิ่งกังวลกับเรื่องพวกนี้เลย ไว้กลับถึงบ้านแล้วข้าจะอธิบายให้ท่านฟัง”โม่จิ่วเยี่ยอ