ั้งสองมาก”เมื่อกล่าวจบ โม่จิ่วเยี่ยก็พาพวกเขามายืนหน้ากลุ่มขุนนางท้องถิ่นยามนี้เมิ่งไห่หนิงยังไม่สามารถรวบรวมหลักฐานความผิดของเจ้าเมืองมาให้เขาได้ โม่จิ่วเยี่ยจึงไม่อาจกล่าวหาโดยไร้เหตุผล“ท่านเจ้าเมืองหลิว ดูแลงานได้ไม่ดี ให้พักงานชั่วคราว รอการตัดสินภายหลัง”สิ้นเสียง เขาก็เชิญฟางฉวนโจวและเซี่ยเทียนไห่มายืนข้างกาย“นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สองท่านนี้จะเป็นผู้ดูแลจวนของข้าหลังข้าออกรบ พวกเขาจะรับผิดชอบทุกเรื่องในเขตปกครองของข้า”ตอนนี้เจ้าเมืองตกตะลึงจนตัวแข็งที่อราวกับไม้ เขารู้สึกหวั่นใจจริง ๆ เมื่อต้องอยู่ต่อหน้าโม่จิ่วเยี่ย“ท่านอ๋อง ข้าส านึกผิดแล้ว ให้โอกาสข้าอีกสักครั้งได้หรือไม่?”
ส าหรับคนประเภทนี้โม่จิ่วเยี่ยไม่อยากสนใจ การให้โอกาสเขาอีกครั้งมีแต่จะสร้างปัญหาให้ตัวเองเขาโบกมือ “พาตัวไป”ไม่นานก็มีคนมาลากเจ้าเมืองออกไปขุนนางที่เหลือนอกจากหนึ่งหรือสองคนที่รู้สึกว่าตนเองไม่มีความผิดแล้ว คนอื่นต่างก้มหน้าลงไม่กล้ามองโม่จิ่วเยี่ยโม่จิ่วเยี่ยสั่งการฟางฉวนโจวกับเซี่ยเทียนไห่ทันที่“ท่านลุง ตอนนี้ข้าเพิ่งรับดินแดนมาดูแลและก าลังจะออกไปรบเรื่องราวต่าง ๆ ของที่นี่ ข้าขอฝากให้พวกท่านจัดการแทน หวังว่าเมื่อข้ากลับมาจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน”เรื่องเช่นนี้แม้โม่จิ่วเยี่ยจะไม่พูด พวกเขาก็รู้ว่าควรท าอย่างไร“ท่านอ๋องโปรดวางใจ พวกเราสองคนจะทุ่มเทสุดความสามารถแน่นอน”โม่จิ่วเยี่ยพยักหน้า“ด