รรดิซุ่นอู่ก็ท าให้บรรดาขุนนางต้องกลืนค าพูดที่ก าลังจะเอ่ยออกมากลับลงไปเมื่อเห็นว่าเรื่องราวจบลงอย่างราบรื่น นักพรตหยวนชิงก็กล่าวลาจักรพรรดิซุ่นอู่ต่อหน้าผู้คน ก่อนจะจากไป เขายังมองหนานอวี่ด้วยความปลาบปลื้มและค้อมกายค านับให้อย่างสง่างาม“ประชาชนทั่วหล้ารอคอยพรอันประเสริฐอยู่…”
สิ้นเสียง ก็เห็นเพียงแส้ขนในมือของนักพรตหยวนชิงสะบัดออกไปโม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านที่ซ่อนตัวอยู่ในที่มืดเห็นว่าได้ผลลัพธ์ตามต้องการแล้ว จึงย่างเท้าท่ามกลางแสงจันทร์กลับไปยังจวนเสนาบดีนี่คือวิธีที่เฮ่อจือหร่านขอให้นักพรตหยวนชิงช่วยผลักดันสถานการณ์แต่เดิมนักพรตหยวนชิงเพียงต้องการจะเตือนสติจักรพรรดิซุ่นอู่เท่านั้น ไม่ได้คิดจะสร้างแท่นบูชาอะไรทั้งสิ้น แต่เมื่อได้ยินว่าตราแผ่นดินหยกอยู่ในมือของเฮ่อจือหร่าน สิ่งนี้กลับกลายเป็นแรงสนับสนุนที่ยิ่งใหญ่ส าหรับสิ่งที่ข้าเชื่อว่าเป็นความประสงค์ของสวรรค์ดังนั้น เขาจึงตกลงรับค าขอของเฮ่อจือหร่านโดยไม่ลังเล อาจกล่าวได้ว่าความร่วมมือของทั้งสองฝ่ายลงตัวไร้ที่ติ และยังท าให้ตราแผ่นดินหยกปรากฏต่อหน้าผู้คนด้วยวิธีที่เป็นประโยชน์ที่สุดอีกด้วยสิ่งที่หนานอวี่ได้รับในวันนี้ นับว่าเป็นความสุขที่ไม่คาดคิดส าหรับเขาหลังจากส่งจักรพรรดิซุ่นอู่กลับวังไป หนานรุ่ยก็ลากตัวเขามาแสดงความยินดี สองพี่น้องมีความคิดตรงกันโดยไม่ได้นัดหมาย ต่างชวนกันไปหาโม่จิ่วเยี่ยเพื่อแบ่งปันข่าวดีนี้
เฮ่อจือหร่