ว่างนั้นอย่างเคร่งเครียด แม้จะเห็นไม่ชัดเจน แต่พวกเขาล้วนรู้ดีว่านั่นคือต าแหน่งของแท่นบูชาจุดแสงเล็ก ๆ วนเวียนอยู่หน้าม้วนกระดาษที่เขียนชะตาชีวิตของเหล่าองค์ชายบนแท่นบูชาสองสามรอบ ก่อนจะลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าท่ามกลางสายตาตกตะลึงของคนทั้งหลายก่อนจุดแสงจะหายไปอย่างสิ้นเชิง ก็ได้ยินเสียงนักพรตหยวนชิงอุทานด้วยความชื่นชมดังลั่น “เป็นประสงค์ของสวรรค์… ประสงค์ของสวรรค์มาถึงแล้วจริง ๆ …”จักรพรรดิซุ่นอู่มีสีหน้าไม่เข้าใจ “เราขอถามท่านนักพรต ค าพูดของท่านหมายความว่าอย่างไร แล้วแสงสว่างนั้นมาจากที่ใดกัน?”ค าพูดที่ตามมาทั้งหมดนั้นเป็นสิ่งที่เฮ่อจือหร่านบอกไว้ นักพรตหยวนชิงเพื่อแสดงละครฉากนี้ให้ดี จึงท่องจ าไว้หลายรอบแล้ว“องค์จักรพรรดิ วันนี้เมฆด าปกคลุมท้องฟ้า ไม่อาจมองเห็นดวงดาวได้ แน่นอนว่านี่ต้องเป็นดาวจื่อเว่ยที่ต้องการปกป้องจอมกษัตริย์ผู้ทรงปัญญาขึ้นครองราชย์ จึงได้ลงมายังโลกมนุษย์ด้วยตัวเอง นี่คือลางบอกเหตุแห่งความรุ่งเรืองของราชวงศ์ต้าซุ่นของพวกเรา…”จักรพรรดิซุ่นอู่เชื่อค าพูดของนักพรตหยวนชิงสนิทใจ
การลงมาของดาวจื่อเว่ยนั้นเป็นสิ่งที่เขาได้เห็นกับตาตนเอง แสงระยิบระยับที่ลอยลงมาจากฟากฟ้าเมื่อครู่ หากไม่ใช่ดวงดาวแล้วจะเป็นอะไรไปได้อีกเล่า?“ท่านนักพรตหมายความว่า ผู้ปกครองที่ชาญฉลาดที่ท่านพูดถึงรับรู้แล้วหรือ?”นักพรตหยวนชิงยังคงแสดงต่อไป เขาท าหน้าพึงพอใจพลางลูบเคราของตน ชี้ไปทางแท่นบูชาและกล่า